สกลนคร ยกระดับสิทธิบัตรทอง รักษาได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เริ่ม 1 ธ.ค.เป็นต้นไป

สกลนคร ยกระดับสิทธิบัตรทอง รักษาได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เริ่ม 1 ธ.ค.เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยภายหลัง พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. นางวราภรณ์ สุวรรณเวลา ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. และ ทพ.กวี วีระเศรษกุล ผอ.สปสช เขต 8 อุดรธานี ลงพื้นที่ จ.สกลนคร รับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการ อาทิ โรงพยาบาล (รพ.) ศูนย์สกลนคร และหน่วยบริการสุขภาพเขต 8 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ตลอดจนการดำเนินนโยบายรักษาทุกที่โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ว่า ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้ชาวสกลนคร คือ การรักษาทุกโรค ทุกที่ ไม่มีใบส่งตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ถือเป็นการต่อยอดจาก 1 ใน 4 นโยบายยกระดับบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.

“ซึ่งให้สิทธิประชาชนที่เจ็บป่วยสามารถไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบบัตรทองที่ไหนก็ได้ สำหรับ จ.สกลนคร นอกจากจะให้สิทธิไปรักษาที่ไหนก็ได้แล้ว ยังไม่ต้องใช้ใบส่งตัวในกรณีการส่งตัวระหว่างอำเภอด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และถือเป็นการยกระดับการให้บริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง จ.สกลนคร เป็นจังหวัดแรกที่ปรับนโยบายการไปรับบริการยังหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ เป็นการยกระดับอีกขึ้นหนึ่งว่าไปรับบริการยังหน่วยบริการใดๆ ก็ได้ทุกโรค” นพ.จเด็จ กล่าว

ด้าน นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวว่า คำว่าไม่มีใบส่งตัว จริงๆ แล้วคือ ยังมีระบบใบส่งตัวเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ เพื่อให้แพทย์สามารถใช้ข้อมูลจากอีกหน่วยบริการเพื่อใช้ในการรักษาได้โดยไม่เป็นภาระให้กับประชาชนในการกลับไปเอาใบส่งตัว

นพ.วิศณุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร (สสจ.สกลนคร) กล่าวว่า ผู้ใช้สิทธิบัตรทองจะสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุข ทั้งบริการรักษาพยาบาลทั่วไป และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ข้ามเขตอำเภอ รวมไปถึงสามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการระดับทุติยภูมิได้ทุกโรคได้โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ขณะนี้ได้มีการสื่อสาร ทำความเข้าใจ และประชุมชี้แจงกับทุกโรงพยาบาล ซึ่งทุกแห่งรับนโยบาย ยินดีพร้อมใจที่จะปฏิบัติเรื่องนี้ร่วมกัน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon