ผอ.กองระบาด ชี้โอไมครอนดับรายแรกต้องตามต่อ ยันไม่กระทบมาตรการไทย
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่ประเทศอังกฤษพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เสียชีวิต 1 ราย และเป็นรายแรกของโลก ว่า ขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลของผู้เสียชีวิต 1 ราย ในประเทศอังกฤษ ว่า ผู้ติดเชื้อมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น โรคประจำตัว หรือ การรับวัคซีนโควิด-19 แล้วหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหน โอกาสที่จะมีอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต สามารถเกิดขึ้นได้
“สายพันธุ์โอไมครอน ก็คือเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนสายพันธุ์เดลต้า แอลฟา ที่อาจมีอาการเจ็บป่วยหนัก และเสียชีวิตได้ ซึ่งสัดสวนในกลุ่มนี้ ข้อมูลอาจยังไม่มากพอ เนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่งเริ่มมีการระบาด เพียงแต่ว่า จะมีการแพร่ระบาดที่เร็วกว่า หรือเสียชีวิตมากกว่า สายพันธุ์ก่อนหน้านี้หรือไม่ ยังคงต้องติดตามต่อไป” นพ.จักรรัฐ กล่าว
นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว หากพบข้อมูลว่า สายพันธุ์โอไมครอน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงและก่อให้เกิดความรุนแรงของโรค ไทยก็พร้อมที่จะมีการปรับมาตรการเข้ม อย่างไรก็ตาม กรณีที่อังกฤษมีการแพร่ระบาดสายพันธุ์โอไมครอนจำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาจจะมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในประเทศ และประชาชนเริ่มผ่อนคลาย ไม่สวมหน้ากากอนามัยมากขึ้นเมื่อออกนอกบ้าน มีการเดินทางมากขึ้น คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนอาจจะติดเชื้อและเสียชีวิตได้ โดยรัฐบาลอังกฤษรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 เนื่องจากส่วนใหญ่รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันอาจจะตกลง จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น
“ไทยยังคงมาตรการเดิมในการเฝ้าระวังสายพันธุ์โอไมครอน ที่เข็มงวดอยู่แล้ว คือ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านระบบทุกคน หากพบว่าติดเชื้อก็จะต้องตรวจหาสายพันธุ์ทันที รวมถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และภาคีเครือข่าย ได้มีการเฝ้าระวังสุ่มการตรวจหาสายพันธุ์ด้วย ที่สำคัญ คือ การฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนที่รับวัคซีน 2 เข็มไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้น ผู้ยังไม่รับวัคซีนเข็มที่ 1 ประมาณ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้คือ กลุ่มที่มีโรคประจำตัวด้วย และผู้สูงอายุ และอีกจำนวนหนึ่ง คือ กลุ่มไม่เอาวัคซีน” นพ.จักรรัฐ กล่าวและว่า สอดคล้องกับอัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากการติดเชื้อโควิด ที่ร้อยละ 80-90 ยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุกับกลุ่มที่มีโรคประจำตัว

