แพทย์แนะภูมิฯอ่อนแอ ต้องฉีดวัคซีนโควิดเข็มเสริม นำร่อง 2 กลุ่ม 3 สูตร

15.12.21 | 16:43 น.
แพทย์แนะภูมิฯอ่อนแอ ต้องฉีดวัคซีนโควิดเข็มเสริม นำร่อง 2 กลุ่ม 3 สูตร

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ พญ.ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในงานเสวนาวิชาการออนไลน์ ประเด็น เปิดข้อมูล(ไม่)ลับ กับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในการรับมือไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ว่า วัคซีนเป็นมาตรการหนึ่ง แต่มาตรการทางสังคม การสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ยังจำเป็น ประสิทธิผลวัคซีนโดยรวมทุกตัวที่อยู่ในโลก รวมถึงที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งได้มีการศึกษาสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้ถึงร้อยละ 90 แต่ไม่มีตัวไหนป้องกันติดเชื้อได้ ร้อยละ 100

“หลังฉีดวัคซีนไประยะหนึ่งภูมิคุ้มกันจะตก การไม่ให้ภูมิตก ต้องฉีดกระตุ้น โดยเฉพาะคนที่ได้รับวัคซีนเชื้อตาย จำเป็นต้องได้รับเข็มกระตุ้นได้ทั้งแอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ ส่วนกลุ่มที่ได้แอสตร้าฯ 2 เข็ม ก็จะบูสต์ด้วยไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหลังฉีดไป 3 เดือน ต้องไปรับเข็มกระตุ้น ส่วนคนที่ได้ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาไป 2 เข็ม ซึ่งเพิ่งฉีด ภูมิยังสูงอยู่ ยังไม่ควรฉีดกระตุ้น เพราะจะถูกภูมิฯ ในร่างกายปราบปราม ให้รอไปก่อน 6 เดือน จำนวนวัคซีนมีปริมาณค่อนข้างมาก มีหลายชนิด และมีสูตรการฉีด จึงต้องมีการบริหารจัดการ ขอให้ฟังจากประกาศ สธ. ในการรับวัคซีนชนิดต่างๆ สิ่งสำคัญคนที่ยังไม่ฉีดเลยตั้งแต่เข็มที่ 1 ขอให้รีบไปฉีด อย่ามองว่าโควิด-19 เริ่มลดลง ทั้งนี้ วัคซีนไม่ได้ทำอะไรต่อร่างกาย แต่เป็นการฝึกสร้างภูมิต่อต้านเชื้อโรค เมื่อเวลาเชื้อโรคมา จะได้ป้องกัน” พญ.ปิยนิตย์ กล่าว

ด้าน พญ.สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนฯ กล่าวว่า ข้อมูลรายงานการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ในแอฟริกาใต้ พบประสิทธิผลวัคซีนไฟเซอร์ 2 โดส ป้องกันการติดเชื้อเดลต้าได้ ร้อยละ 80 โอไมครอน ร้อยละ 30 ป้องกันอาการรุนแรงและการป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่อเชื้อ   เดลต้าได้ ร้อยละ 93 โอไมครอน ร้อยละ 70 ส่วนคนที่เคยติดเชื้อมาก่อนมีโอกาสติดซ้ำ เนื่องจากภูมิฯ ที่เกิดจากการติดเชื้อลดลง รัฐบาลแอฟริกามีการรณรงค์ให้ประชาชนรับวัคซีนอย่างครอบคลุม รวมถึงรับเข็มกระตุ้น ในส่วนขององค์การอนามัยโลก มีคำแนะนำให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตาย และกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

ด้าน นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ระดับทรงคุณวุฒิ และรองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ความน่ากังวลของโควิด-19 เกิดขึ้นในประชากรกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไต ตับ ไขกระดูก ผู้ป่วยเอดส์ โดยเฉพาะที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส ผู้มีโรคร่วมหลายโรค และ ผู้เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง ที่ได้รับยากดภูมิ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีภูมิฯ ค่อนข้างต่ำมากและอ่อนแอ โดยมี 2 ข้อจำกัด คือ 1.สร้างภูมิฯ น้อยกว่าประชากรกลุ่มอื่น และ 2.กลุ่มที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่สามารถสร้างภูมิฯ ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งคนกลุ่มนี้ หากติดเชื้อโควิด-19 ก็มีโอกาสที่อาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แม้ฉีดวัคซีนครบโดส แต่ประสิทธิผล และการตอบสนองวัคซีนจะน้อยกว่าคนทั่วไป ขณะที่ การฉีดวัคซีนเข็มเสริม (Additional Dose) ที่ต่างจากการเข็มกระตุ้น (Booster dose) คือ เป็นการฉีดเข็มที่ 3 เร็วขึ้น จากเดิมเข็มกระตุ้นจะฉีด 3-6 เดือน แต่เข็มเสริมอาจฉีดใน 1 เดือน หรือเร็วกว่านั้น จึงเรียกเป็นเข็มเสริม เพื่อให้ภูมิต้านทานดีขึ้น โดยข้อมูล กลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มฟอกเลือด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ได้รับยากดภูมิฯ พบว่า กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งมีจำนวนเท่าของการตอบสนองต่อวัคซีนชนิด mRNA เมื่อเทียบกับคนทั่วไป ภูมิฯ ลดลงไปมากหลายเท่ามากกว่ากลุ่มอื่น ฉะนั้น จะมีภูมิฯ ค่อนข้างน้อย

Advertisement

“คำแนะนำของกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตามองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 แนะนำว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ควรได้รับวัคซีนเข็มเสริม คือ 1.ผู้ป่วยมะเร็งในระยะให้เคมีบำบัด จบการรักษาไม่เกิน 1 ปี 2.ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ 2 ปีแรก หรือได้รับยากดภูมิฯ 3.ผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานต่ำรุนแรง ได้รับยากดภูมิฯ สเตียรอยด์ ประมาณ 20 มิลลิกรัม เกิน 2 สัปดาห์ หรือผู้ที่ล้างไตต่อเนื่อง และ 4.ผู้ป่วยเอดส์ ที่เม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 200 เซลล์ และยังไม่ได้รับต้านไวรัส กลุ่มเหล่านี้ควรได้เข็มเสริมเร็วขึ้น อย่างน้อย 1-3 เดือนหลังได้รับวัคซีนชุดแรก ดังนั้น เข็มที่ 2 รับไปแล้ว อีก 1 เดือน ควรฉีดเข็มเสริมเลย แต่หากเกิน 3 เดือน ก็ควรรีบเข้ามารับวัคซีน แนะนำด้านการใช้วัคซีนในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ว่า อาจจะรับเข็มเสริมชนิดเดียวหรือต่างชนิดกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและบริบทของแต่ละประเทศ” นพ.วีรวัฒน์ กล่าวและว่า กลุ่มนี้อาจจะต้องเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ให้พิจารณาเป็นรายกรณี

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ได้ออกคำแนะนำการให้วัคซีนเข็มเสริมในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ในกลุ่มผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ หรือแพ้ภูมิตัวเองที่ได้รับยากดภูมิฯ เช่น โรครูมาตอยด์ที่อาการรุนแรง โดยจะเป็น 2 กลุ่มนำร่องของประเทศ ที่จะแนะนำให้เข้ารับวัคซีนเข็มเสริมให้ตนเอง ไม่ต้องรอเข็มกระตุ้น โดยคำแนะนำว่า

1.หากตั้งต้นด้วยวัคซีนเชื้อตาย เช่น ซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ควรฉีดชนิด mRNA จำนวน 3 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน โดยรับหลังฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย 1 เดือน

2.หากฉีดเป็นชนิดไวรัลเวกเตอร์ หรือ mRNA ไปแล้ว 2 เข็ม ควรฉีดชนิด mRNA จำนวน 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน โดยรับหลังเข็มสุดท้าย 1 เดือน

และ 3.กลุ่มฉีดสูตรไขว้ซิโนแวค ตามด้วย แอสตร้าฯ หรือ ซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม ตามด้วย mRNA หรือ แอส ตร้าฯ ตามด้วย mRNA ควรฉีด mRNA จำนวน 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน โดยรับหลังเข็มสุดท้าย 1 เดือน