แพทย์ห่วงผับบาร์ปรับโฉม ระบบแอร์เสี่ยงแพร่โควิด แนะ จังหวัด-กทม.เช็กก่อนอนุมัติเปิด
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตสองสามีภรรยา จ.กาฬสินธุ์ ที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แล้วไปร้านอาหารจนมีการแพร่ระบาด จะส่งผลกระทบต่อการผ่อนคลายสถานบันเทิงในปีหน้าหรือไม่ ว่า กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีทำให้เห็นเหตุการณ์ เพราะประเมินแล้วว่า มาตรการไม่กักตัว (Test and Go) เหมาะกับการติดเชื้อทั่วโลกที่อัตราน้อย เมื่อเข้าประเทศเราคนติดเชื้อก็จะน้อย แต่ขณะนี้ เมื่ออัตรามาก ความเสี่ยงติดเชื้อก็จะมาก ดังนั้น ศบค.จึงมีมติให้ระงับมาตรการนี้ไปก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับสองสามีภรรยาที่พบ เราประเมินแล้วว่า เมื่อเข้ามาแล้ว เขาไปทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงหลายอย่าง ทั้งการไปร่วมกิจกรรมที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย อย่างการนั่งรับประทานอาหารในร้าน โดยเฉพาะร้านที่เป็นห้องแอร์ ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เป็นห้องอับๆ ดังนั้น ผู้เข้าใช้บริการต้องประเมินความเสี่ยงของร้าน และคนที่กลับจากต่างประเทศช่วง 7 วันแรก หากมีอาการต้องรีบไปตรวจ และขอให้เลี่ยงกิจกรรมคนหมู่มากด้วย
“ต้องแจ้งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ก่อนจะอนุญาตในการเปิดร้านอาหาร ต้องไปดูอย่างเคร่งครัด เพราะหลายร้านเป็นผับบาร์ คาราโอเกะเดิม ตอนนี้มีการปรับเป็นร้านอาหาร แต่ปรับแค่ชื่อ ส่วนระบบระบายอากาศ ระบบต่างๆ ไม่มีปรับ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงกับลูกค้า” นพ.โอภาส กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเสี่ยงในเด็กกลุ่มอายุ 5-11 ปีในต่างประเทศมีการติดโควิดสูง และเข้ารับรักษา ในไทยจะปรับมาตรการดูแลอย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า ขณะนี้มีวัคซีนจากไฟเซอร์ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถให้ฉีดได้ในเด็กอายุ 5-11 ปี ซึ่งคณะอนุกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของไทยได้ให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนในเด็กแล้ว และเข้าที่ประชุมอีโอซีแล้ว โดยเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กประถมศึกษาและอนุบาล ซึ่ง สธ.ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ทำคล้ายตอนฉีดให้เด็กระดับมัธยมที่ผ่านมา คาดว่ากลุ่มนี้มีราว 5 ล้านคน โดยจะให้ฉีดตามความสมัครใจ กรณีเด็กป่วยไปโรงเรียนไม่ได้ สามารถฉีดได้ที่ รพ. ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบถามความสมัครใจของผู้ปกครอง หรือผู้ปกครองแสดงความประสงค์เข้ามา ทั้งนี้ แม้เด็กจะมีความเสี่ยงติดเชื้อ แต่โดยทั่วไปอาการจะไม่มาก แต่การฉีดวัคซีนในเด็กเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมโรค ซึ่งรัฐบาลมีการเตรียมการให้แล้ว แต่ต้องสอบถามความสมัครใจ ซึ่งหลังปีใหม่จะเริ่มฉีดได้

