‘กทม.’ ย้ำ 50 เขตทั่วกรุง เข้มโควิด จองคิวรับบริการผ่าน BMAQ

4.01.22 | 18:05 น.

“กทม.” ย้ำ 50 เขตทั่วกรุง เข้มโควิด จองคิวรับบริการผ่าน BMAQ

เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีความรุนแรงส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่ามีการระบาดในอัตราสูงกว่าในภูมิภาค เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวทางหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกับการอำนวยความสะดวกและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้เอกสารหลักฐานราชการในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงให้สำนักงานเขตดำเนินการ ดังนี้


ฝ่ายทะเบียน เปิดให้บริการงานทะเบียนแก่ประชาชนตามปกติ ในวันราชการ (วันจันทร์-ศุกร์) และวันเสาร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-16.00 น. และหยุดพักกลางวัน เวลา 12.00-13.00 น. เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพิจารณากำหนดผู้รับบริการที่ไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า (Walk-in) ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้รับบริการด้วยระบบจองคิวออนไลน์ (BMAQ) ตามความเหมาะสมของแต่ละสำนักงานเขต เพื่อลดความหนาแน่นของประชาชนที่มารับบริการ

นายขจิตกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ประชาชนมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เอกสารหลักฐานทางการทะเบียนให้พิจารณาดำเนินการเป็นกรณีไป และงดให้บริการ ณ จุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) ฝ่ายปกครอง เปิดให้บริการประชาชนในภารกิจตามอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยเปิดให้บริการในวันราชการปกติ (วันจันทร์-วันศุกร์) เวลา 08.00-16.00 น. และหยุดพักกลางวัน เวลา 12.00-13.00 น. เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโรคโควิด-19

นอกจากนี้ให้ใช้มาตรการแอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามที่ทางราชการกำหนด เช่น ไทยชนะ หมอชนะ หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทนได้ และดำเนินการตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) พร้อมกับเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด รวมถึงให้พิจารณากำหนดสัดส่วนผู้ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) ตามความเหมาะสมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน และไม่เกิดความเสียหายแก่ราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะคลี่คลาย

Advertisement