ไทยเข้าสู่โควิดระลอก 5 สธ.มั่นใจระบบรักษาที่บ้านพร้อม กทม.ทำศูนย์แยกกักเด็กป่วยทุกหัวเมือง

5.01.22 | 16:25 น.

ไทยเข้าสู่โควิดระลอก 5 สธ.มั่นใจระบบรักษาที่บ้านพร้อม กทม.ทำศูนย์แยกกักเด็กป่วยทุกหัวเมือง


เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่ ว่า จากการหารือร่วมกับ ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดขงโรคโควิด-19 พบว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่การระบาดระลอกที่ 5 (เวฟ 5) แล้ว ซึ่งในส่วนของการรักษานั้น สำรวจแล้วมีเตียงรองรับวันละ 52,300 เตียงทั่วประเทศ เฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีว่าง 25,828 เตียง

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า หากการระบาดเป็นไปตามฉากทัศน์ที่กรมควบคุมโรค สธ.ประเมินว่า อาจมีผู้ติดเชื้อสูงสุดถึงวันละ 30,000 ราย กรมการแพทย์จะมีเตียงเพียงพอในการรักษา ขณะเดียวกัน แนวทางการรักษาผู้ป่วยหลังจากนี้ จะเน้นที่การแยกกักที่บ้าน (Home Isolation :HI) และศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation :CI) เป็นลำดับแรก แต่หากมีอาการหนักจะส่งต่อรักษายังโรงพยาบาล (รพ.) ที่มีเตียงรองรับ

“วันนี้มีผู้ติดเชื้อในระบบกว่า 3,899 ราย และมาจากตรวจ ATK อีกกว่า 3,000 ราย รวมๆ 7 พันกว่าราย ซึ่งมีการรายงานแยกออกมา ทั้งนี้ เรามีระบบติดตาม โดยกรณีหากตรวจ ATK เป็นบวกที่บ้าน ให้ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เมื่อติดต่อแล้วภายใน 6 ชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประเมินอาการ ว่า หากรักษาที่บ้านใน HI ได้ ก็รักษาที่บ้าน หากไม่ได้ให้รักษาที่ CI ซึ่งขณะนี้ 50 สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทุกเขตมีการจัดเตรียมไว้แล้ว พร้อมทั้งมีการจัดเตรียม CI สำหรับเด็กและแรงงานต่างด้าวได้แล้วเช่นกัน ย้ำว่า รอบนี้จะเน้นการรักษาที่บ้าน และศูนย์ดูแลในชุมชน และประสานเข้าระบบผ่าน 1330 แต่หากอาการหนักให้โทร.1669 เพื่อรับส่งต่อรักษาใน รพ. ส่วนในต่างจังหวัด แม้จะสามารถโทร.1330 ได้ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่ ล่าสุด นพ.เกียรติถูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ให้จังหวัดเตรียมศูนย์ประสานงานเรื่องนี้ในแต่ละพื้นที่แล้ว ซึ่งอาจมีเบอร์ติดต่อเฉพาะของแต่ละจังหวัดเอง” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมพร้อมศูนย์พักคอยในชุมชนสำหรับเด็ก นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า คาดการณ์ว่ารอบนี้จะเกิดการระบาดในเด็กมาก เพราะยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่ย้ำว่าอาการไม่รุนแรง หากไม่มีโรคประจำตัว ขณะนี้มีการประสาน กทม.ให้จัดทำเตียง CI สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้ 6 โซน โซนละ 1 แห่ง แห่งละอย่างน้อย 50 เตียง โดย 1 ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน 3-4 คน มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้ พร้อมทั้ง มอบสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินี (รพ.เด็ก) เตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็กทั่วประเทศ ซึ่ง รพ.สามารถทำได้เอง ไม่ต้องสำรอง พร้อมจัดหมอเด็กเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย นอกจากนี้ CI สำหรับแรงงานต่างด้าวด้วยโซนละ 1 แห่ง แห่งละประมาณ 100 เตียง

เมื่อถามถึงกรณีเพจเส้นด้ายระบุว่า มีคนโทรหาวันละ 3,000 กว่าคน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ กรมการแพทย์ สธ.ทำงานร่วมกับเพจต่างๆ มาตลอด อย่างเพจเส้นด้ายก็เช่นกัน ซึ่งล่าสุดเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ข้อมูลว่า ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีคนโทร.1330 จำนวน 4,000 ราย เป็นคนไข้ 190 ราย ส่วนที่มีคนติดต่อไปทางเพจเส้นด้าย คาดว่ามาจากคนในชุมชนที่รู้จักมีการติดต่อโดยตรง ซึ่งขอยืนยันว่า สามารถโทร.1330 เพื่อประสานติดต่อกับภาครัฐได้ เราเตรียมพร้อมระบบรองรับแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ในแต่ละระลอกนั้น เริ่มต้นจาก ระลอกแรก พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อู่ฮั่น จากประเทศจีน ต่อมาระลอกที่ 2 พบสายพันธุ์จี (G) (แรงงานสมุทรสาคร ช่วงปลายปี 2563-ต้นปีใหม่ 2564) ระลอกที่ 3 พบสายพันธุ์แอลฟา (สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ช่วงเดือนเมษายน 2564) ระลอกที่ 4 พบสายพันธุ์เดลต้า (แคมป์คนงานหลักสี่ เดือนมิถุนายน 2564 และต่อเนื่อง) และล่าสุด ระลอกที่ 5 พบสายพันธุ์โอมิครอน (จากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564)