รัฐทุ่มทุน 245 ล้าน ชูสมุนไพรรักษา หลังพบผู้ป่วย 30% มีอาการลองโควิด

รัฐทุ่มทุน 245 ล้าน ชูสมุนไพรรักษา หลังพบผู้ป่วย 30% มีอาการลองโควิด

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ร่วมแถลงข่าวแพทย์แผนไทยรวมพลังทั้งแผ่นดินสู้ภัยโควิด-19

นายสาธิต กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้มีการพัฒนายาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อรักษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อพบว่าได้ผลดี แพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งประชาชนรับยอมรับและจัดหามาใช้เป็นยาประจำบ้าน ซึ่งจากนี้จะมีการส่งเสริมสมุนไพรไทยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณร้อยละ 30 ที่มีอาการหลังป่วย หรือลองโควิด (Long Covid) ก็จะมีการใช้ตำรับยาสมุนไพรไทยมาใช้ในการดูแลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้มีการใช้สมุนไพรเด่นภายในจังหวัดมาอยู่ในเมนูอาการ เพื่อกินเสริมภูมิคุ้มกัน หรือเรียกว่าขับเคลื่อนนโยบายกินอาหารเป็นยา ย้ำว่าการพัฒนาสมุนไพรไทยจะเดินหน้าบนพื้นฐานทางวิชาการเป็นหลัก

นพ.ยงยศ กล่าวว่า 2 ปี ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 แพทย์แผนไทยได้พิสูจน์แล้วว่า สารเอนโดรกราฟโฟไลด์ ในยาฟ้าทะลายโจร ปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน สามารถรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยที่หายแล้วร้อยละ 30 จะมีอาการลองโควิด อย่างปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ วิตกกังวล มีไข้ อ่อนล้า มึนงง วิงเวียน นอนไม่หลับ ท้องอืด ท้องเสีย หายใจไม่อิ่ม ซึมเศร้า ซึ่งยังไม่มีแนวทางการรักษาเฉพาะ ดังนั้น แพทย์แผนไทยฯ ก็จะได้นำศาสตร์ของแพทย์แผนไทยมารักษา อาทิ ตำรับยาหอมนวโกศ ยาห้าราก ยาประสาทสะมะแว้ง ยาสหัสธารา เป็นต้น ซึ่งได้ผลดี

“ขณะนี้ มีการเผยแพร่ความรู้ให้กับแพทย์แผนไทย ทั่วประเทศแล้ว 2,000 คน ขณะเดียวกัน จะจัดออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่ ดูแลผู้ป่วย ซึ่งรัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้กรมแพทย์แผนไทยฯ ดูแลผู้ป่วยอาการลองโควิด 246 ล้านบาท ดูแลผู้ป่วยลองโควิดอย่างน้อยกว่า 4 แสนคน ในปี 2565 เริ่มคิกออฟวันแรกวันที่ 18 มกราคมนี้ ที่ห้างเซ็นทรัล จ.ลำปาง และมีแผนเคลื่อนที่ทุกภูมิภาค” นพ.ยงยศ กล่าว

ด้าน นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า สำหรับอาการลองโควิดที่พบบ่อยคือ การอักเสบ เกิดความเสียหายกับอวัยวะต่างๆ จะใช้ตำรับยาธาตุบรรจบมาใช้ในการบำรุง ฟื้นฟูธาตุในร่างกายให้กลับมาปกติ ส่วนกรณีอาการลองโควิดที่มีผลต่อระบบประสาทแปรปรวน ก็จะใช้ตำรับยานวโกฐ มาช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต และมีน้ำมันกัญชาตำรับอาจารย์เดชามารักษาในการรักษาแก้อาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ทั้งนี้ แต่ละคนจะมีปัญหาแตกต่างกัน ตำรับยาที่ใช้ก้แตกต่างกัน โดยหลักๆ จะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ผ่านมา นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า การใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษาถือว่าได้ผลดี โดยมีอัตราการใช้ในโรงพยาบาล (รพ.) ประมาณ 3 แสนราย คิดเป็นประมาณ 2-3 ล้านเม็ด ส่วนที่ประชาชนซื้อมาใช้เองคาดว่าน่าจะมากกว่านี้ประมาณ 2-3 เท่า ของที่ใช้ในรพ.จากการติดตามผลไม่พบว่ามีผลข้างเคียงอันตรายต่อตับ และไต ช่วยประหยัดงบในการรักษาประมาณกว่าพันล้านบาท ปัจจุบันยังมีการใช้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงในกลุ่มประชาชนก็ยังมีความนิยมใช้อยู่ ส่วนตำรับยารักษาอาการลองโควิดนั้น ถ้าคิดตามจำนวนผู้ที่มีอาการเหล่านี้ราวๆ ร้อยละ 30 จำนวนผู้ป่วยก่อนหน้านี้ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนคน หากคิดแค่อัตราการรักษารายละ 500 บาท เท่ากับว่าช่วยเสริมได้ดี ซึ่งล่าสุด รัฐบาลก็ยังมีการจัดสรรงบปี 2565 อีก 246 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับดูแลอาการลองโควิดกว่า 4 แสนราย

“นายกฯ รัฐมนตรีว่าการ สธ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งก็เห็นผลแล้วว่าได้ผลดี และมีความปลอดภัย จากเดิมที่คนติดภาพสมุนไพรถูกลักลอบนำสารอันตราย เช่น สเตียรอยด์ไปผสมก็เลยกลัว แต่วันนี้เรามีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP ทำให้สมุนไพรไทยมีความปลอดภัย เป็นที่ยอมรับมากขึ้น” นพ.ขวัญชัย กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon