สปสช.ปรับเกณฑ์หนุนชุดประสาทหูเทียมในเด็กต่ำกว่า 5 ปี
วันนี้ (16 มกราคม 2565) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) วันที่ 6 มกราคม 2565 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์การจ่ายรายการอุปกรณ์ชุดประสาทหูเทียมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2565 จากการจ่ายเป็นเงิน เป็นการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษ และยังเห็นชอบให้เพิ่มเติมการจัดหารายการชุดประสาทหูเทียม เป็นรายการตามแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 30 ชุด วงเงินไม่เกิน 18 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ สปสช.จะแจ้งไปยังเครือข่ายหน่วยบริการโรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี เพื่อดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ชุดประสาทหูเทียมต่อไป
นพ.จเด็จ กล่าวว่า เนื่องจากในปี 2563 บอร์ด สปสช. เคยมีมติเห็นชอบให้อุปกรณ์ประสาทหูเทียม ชนิด Rechargeable สำหรับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยกำหนดราคาจ่ายชุดละ 300,000 บาท โดยประมาณการจำนวนการใช้ตามโครงการคัดกรองในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงอาจถึง 1,000 คน
“อย่างไรก็ดี ในปี 2564 ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือขอให้ สปสช.พิจารณาการจัดหาและราคาชุด ประสาทหูเทียม เพราะหน่วยบริการไม่สามารถจัดหาในราคาดังกล่าวได้ เนื่องจากการจัดซื้อครั้งละชุดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ สปสช.จึงได้เสนอต่อคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เมื่อเดือนพฤษจิกายน 2564 เพื่อเพิ่มเติมการจัดหารายการชุดประสาทหูเทียม ให้เป็นรายการที่กำหนดอยู่ในแผนและวงเงินการจัดหาตามโครงการพิเศษ โดยอ้างอิงราคาจากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ หรือ HITAP ค่าอุปกรณ์ประสาทหูเทียมไม่เกิน 600,000 บาทต่อชุด” นพ.จเด็จ กล่าว
เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับจำนวนอุปกรณ์ที่จัดซื้อ 30 ชุด คำนวนจากจำนวนเด็กเกิดมีชีพจากฐานปี 2562 เพิ่มด้วยอัตราเกิด ร้อยละ 1.04 ซึ่งในปี 2565 จะอยู่ที่ 602,942 คน และคาดว่าจะพบเด็กหูตึง และ หูหนวก ร้อยละ 0.03 ของกลุ่มเสี่ยง หรือ 923 คน และคาดว่าจะพบเด็กหูหนวกที่ต้องได้รับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมประมาณ 33 คน รวมต้นทุนค่าอุปกรณ์ประสาทหูเทียม 19.8 ล้านบาท แต่เนื่องจากขณะนี้ ผ่านช่วงต้นปีงบประมาณมาระยะหนึ่งจึงปรับลดจำนวนที่จะจัดซื้อเหลือ 30 ชุด ในวงเงินไม่เกิน 18 ล้านบาท

