กทม.ย้ำ! ร้านกึ่งผับเปิดนั่งกิน-ดริงก์ถึง 5 ทุ่ม ต้องมีใบอนุญาตภายใน 15 ม.ค.65

กทม.ย้ำ! ร้านกึ่งผับเปิดนั่งกิน-ดริงก์ถึง 5 ทุ่ม ต้องมีใบอนุญาตภายใน 15 ม.ค.65

วันนี้ (23 มกราคม 2565) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการยกระดับการปฏิบัติการตามแผนเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการกวดขันตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบริการที่ปรับเป็นร้านอาหารให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 รวมถึงการลักลอบเปิดสถานบันเทิง หรือสถานที่เที่ยวกลางคืนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกระทำผิดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ว่า ได้สั่งการทุกสำนักงานเขตดำเนินการตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 50) ซึ่งอนุญาตให้สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข และผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐาน SHA+ หรือตามมาตรฐาน Thai Stop Covid 2 Plus : TSC 2+ ที่มีความประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าว เพื่อการให้บริการในลักษณะที่เป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้ขออนุญาตต่อสำนักงานเขตพื้นที่เพื่อตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการจัดการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนด โดยต้องได้รับอนุญาตภายในวันที่ 15 มกราคม 2565 ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่สำนักอนามัย บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น.

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า สำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในรูปแบบ “Test and Go” โดยเปิดให้ลงทะเบียน ได้อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เงื่อนไขในการเปิดระบบ “Test & Go” คือ อนุญาตให้เข้ามาได้ทุกประเทศ ปรับการตรวจหาเชื้อโดยใช้วิธี RT-PCR 2 ครั้ง โดยมีหลักฐานการจองโรงแรมที่พักในวันแรก และในวันที่ 5 โดยเป็นโรงแรมที่มีโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรอง เป็น SHA++ AQ หรือ AHO และ มีหลักฐานชำระเงินการตรวจหาเชื้อจำนวน 2 ครั้ง จัดระบบการตรวจสอบ และกำกับการเข้าที่พัก และตรวจหาเชื้อให้ครบ 2 ครั้ง โดยต้องอยู่รอในที่พัก หรือสถานที่ที่กำหนด จนได้รับผลการตรวจ

“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ามาในระบบ Test and Go จะต้องปฏิบัติตามมาตรการ ดังนี้ กำหนดระบบประกันให้ชัดเจน กรณีประกันไม่ครอบคลุม ผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของฮอสปิทัล (Hospital) ฮอสปิเทล (Hospitel) หรือโฮเทล ไอโซเลชั่น (Hotel Isolation) และกรณี HRC กรณีเกิดการระบาดมากขึ้น หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง พิจารณาการรับผู้เดินทางแล้วปรับมาใช้ระบบพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว (Sandbox)” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า กทม.ได้เร่งการเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวและพื้นที่ระบาดโดยฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ พนักงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาด และเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายจากเดิมให้ในบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรัง เป็นประชาชนทุกคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon