ดีเดย์! 1 ก.พ. บัตรทองเพิ่มทางเลือกผู้ป่วยไตวายเรื้อรังฟอกเลือดฟรี

ดีเดย์! 1 ก.พ. บัตรทองเพิ่มทางเลือกผู้ป่วยไตวายเรื้อรังฟอกเลือดฟรี

วันนี้ (27 มกราคม 2565) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สปสช.ได้ออกประกาศ เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขกรณีบริการผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง พ.ศ.2565 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การเพิ่มทางเลือกการบำบัดทดแทนไตแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสิทธิบัตรทองหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากเดิมที่ สปสช. กำหนดให้วิธีการล้างไตทางช่องท้องเป็นทางเลือกแรก แต่หากผู้ป่วยปฏิเสธการล้างไตทางช่องท้องแล้วต้องการใช้วิธีฟอกเลือดจะต้องจ่ายเงินค่าฟอกเลือดเอง แต่นับจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป หากผู้ป่วยไม่ประสงค์ล้างไตทางช่องท้อง ก็สามารถเลือกใช้วิธีฟอกเลือดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง อย่างไรก็ดี การเลือกวิธีการบำบัดทดแทนไตแบบไหนก็ตาม ต้องปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน เพื่อพิจารณาบริบทของผู้ป่วยแต่ละรายว่าวิธีบำบัดทดแทนไตแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วยรายนั้นที่สุด

“มติดังกล่าวนี้ มาจากการลงพื้นที่หน่วยบริการและพบประชาชนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่พบว่า ได้รับฟังปัญหาจากผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่แพทย์เลือกวิธีการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ให้ แต่ตัวผู้ป่วยต้องการใช้วิธีล้างไตด้วยการฟอกเลือด (HD) จึงต้องแบกรับภาระค่าฟอกเลือดเองครั้งละ 1,500 บาท จึงนำเรื่องนี้หารือกับ สปสช.เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องจ่ายเงินเอง ซึ่ง สปสช.ได้ทำการศึกษารายละเอียดแล้วพบว่าสามารถทำได้ จึงนำมาสู่การเสนอความเห็นชอบจากบอร์ด สปสช.และเป็นมติเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565″ นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง 32,892 ราย ผู้ป่วยที่ล้างไตด้วยวิธีฟอกเลือด 24,256 ราย และมีอีก 6,546 รายที่ปฏิเสธการล้างไตทางช่องท้องแล้วเลือกจ่ายเงินเอง แต่เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ในกรณีผู้ป่วยรายเดิม (ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565) ที่ล้างไตผ่านช่องท้องแล้วต้องการเปลี่ยนมาใช้วิธีฟอกเลือด จะต้องทำการปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน หากแพทย์พิจารณาแล้วไม่กระทบกับภาวะสุขภาพและผู้ป่วยไม่ติดขัดในเรื่องการเดินทางมาฟอกเลือดที่โรงพยาบาล (รพ.) ผู้ป่วยก็สามารถเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามที่แพทย์แนะนำโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์

“ส่วนผู้ป่วยเดิมที่ไม่ประสงค์ล้างไตทางช่องท้องและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟอกเลือดเอง หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิรับการฟอกเลือดฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ในส่วนของผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าต้องเข้ารับบริการบำบัดทดแทนไต แพทย์และผู้ป่วยจะตัดสินใจร่วมกันเพื่อเลือกวิธีการบำบัดทดแทนไตที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด โดยไม่กำหนดให้ใช้วิธีล้างไตผ่านช่องท้องเป็นทางเลือกแรกอีกต่อไป

ทั้งนี้ นพ.จเด็จ กล่าวว่า กรณีผู้ป่วยรายใหม่ที่สมัครใจล้างไตผ่านช่องท้องตามรูปแบบเดิม จะเข้าสู่ระบบบริการล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน โดย สปสช. จัดส่งน้ำยาล้างไตผ่านทางช่องท้องถึงบ้านสำหรับกรณีล้างไตด้วยตัวเอง (CAPD) 4 ถุง/วัน และกรณีล้างไตผ่านทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) 2 ถุง/วัน ส่วนยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง สปสช. จะสนับสนุนยาที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมตามความจำเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยใช้ระดับ Hematocrit (Hct) เป็นข้อมูลประกอบการให้ยา หากระดับ Hct ≤ 30% สนับสนุน 4,000 unit x 8 ครั้งต่อเดือน หรือ หากระดับ Hct > 30% สนับสนุน 4,000 unit x 4 ครั้ง/เดือน

ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ที่สมัครใจฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม แพทย์จะส่งไปเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่หน่วยบริการที่เหมาะสมสัปดาห์ละไม่เกิน 3 ครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเช่นเดียวกับผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง สปสช. จะสนับสนุนยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรม โดยใช้ระดับ Hematocrit (Hct) เป็นข้อมูลประกอบการให้ยา หากระดับ Hct ≤ 30% สนับสนุน 4,000 unit x 8 ครั้งต่อเดือน หรือ หากระดับ Hct > 30% สนับสนุน 4,000 unit x 4 ครั้ง/เดือน เช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon