ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ยันวัคซีนไฟเซอร์ใช้ในเด็กได้ ส่วนเชื้อตายยังไม่มีคำแนะนำ
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนซิโนแวค สำหรับการฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหากมีการอนุมัติให้ใช้ได้ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ปกครอง เนื่องจากขณะนี้มีเพียงวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับอนุมัติให้ฉีดในเด็ก 5 ขวบขึ้นไป
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่หเลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันวัคซีนที่ต่างประเทศมีการรับรองให้ฉีดในเด็ก คือไฟเซอร์ เนื่องจากภูมิคุ้มกันขึ้นสูง ซึ่งในส่วนของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยนั้น ไม่ได้มีคำแนะนำกรณีวัคซีนเชื้อตายในเด็ก เนื่องจากข้อมูลทั่วโลก ผลการศึกษาในเด็กยังไม่มีเรื่องเชื้อตาย
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณี อย.จะพิจารณาวัคซีนซิโนแวคในเด็ก 3 ขวบขึ้นไป หากผ่านจะสามารถฉีดได้ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จะแนะนำอย่างไร ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า อย่างที่กล่าวข้างต้นว่ายังไม่มีข้อมูลตรงนี้อย่างกว้างขวาง ปัจจุบันมีข้อมูลเฉพาะวัคซีนชนิด mRNA หรือไฟเซอร์ แม้แต่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเด็กก็ยังไม่มีเช่นกัน
เมื่อถามว่าหากมีการอนุมัติซิโนแวคในเด็กแล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่จะฉีดแบบไขว้ในเด็ก โดยเข็มแรกซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นไฟเซอร์ ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันการฉีดวัคซีนไขว้มีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้น การจะนำมาฉีดในเด็กยังไม่มีข้อมูล แม้ต่างประเทศก็ยังไม่มีผลการศึกษาในเด็ก
“ดังนั้น หากแนะนำก็ยังไม่มีการฉีดไขว้ในเด็ก แม้แต่บูสเตอร์ โดส ก็ไม่มีการศึกษาในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยมีการติดตามการฉีดวัคซีนในเด็กแต่เป็นไฟเซอร์ ซึ่งจำนวนยังต้องมีการติดตาม และติดตามเป็นระยะเวลาหนึ่งเช่นกันว่าภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นจะยาวนานแค่ไหน หรือต้องบูสเตอร์ โดส อย่างไร อย่างไรก็ตาม สำหรับวัคซีนซิโนแวคในเด็กหากอนุมัติให้มีการใช้เห็นว่านโยบายเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองตัดสินใจ” ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว
ต่อข้อถามว่ามีผู้ปกครองบางส่วนกังวลวัคซีน mRNA ทำให้ต้องการทางเลือกวัคซีนเชื้อตาย ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ วัคซีนชนิด mRNA ถือว่าปลอดภัย เพราะข้อมูลจากการฉีดในเด็กของทั่วโลกก็ออกมาชัดเจน อย่างในสหรัฐอเมริกาฉีดเด็กไปเกือบ 9 ล้านคนแล้ว ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องหัวใจที่สหรัฐฉีดไป 8-9 ล้านคน พบ 11 คน แต่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
“แม้เด็กที่ป่วยจะอาการไม่มาก หรือแทบไม่มีอาการถึงร้อยละ 98 แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากอาจมีปัญหาแทรกซ้อน เวลาเป็นโควิด-19 ไม่มีอาการแล้ว ประมาณ 1 เดือนให้หลังอาจมีอาการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ที่เรียกว่า มิสซี (MIS-C) ดังนั้น ควรฉีดวัคซีนป้องกันดีที่สุด” ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว

