ภาคปชช. จี้ สธ.ปรับเกณฑ์จ่ายยาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ชี้ของเดิมทำตกค้างอื้อ

ภาคปชช. จี้ สธ.ปรับเกณฑ์จ่ายยาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ชี้ของเดิมทำตกค้างอื้อ

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายนิมิตร์ เทียนอุดม ที่ปรึกษาผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรียกร้องให้มีการปรับเกณฑ์การจ่ายยารักษาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี โดยมี พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ที่ปรึกษา สธ.เป็นผู้รับมอบหนังสือเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า ขอให้มีการปรับแนวทางกำกับการใช้ยา Sofosbuvir + Velpatasvir ในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยตัดออกจากบัญชียา จ.(2) ไปอยู่ในรายการบัญชียาที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงปรับข้อบ่งใช้จากเดิมที่มีข้อกำหนดว่าจะจ่ายยาให้ได้ต่อเมื่อมีค่าไวรัสต้องมากกว่า 5,000 ก็ขอให้ปรับมาเป็น ตรวจเจอก็ให้จ่ายยาให้ผู้ป่วยได้เลย ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถจ่ายยาดังกล่าวได้ในโรงพยาบาล (รพ.) ชุมชน ตามคอนเซ็ปต์ รู้เร็ว รักษาหายขาดได้ นอกจากนี้ ขอให้ตัดเกณฑ์ภาวะพังผืดในตับออก ไม่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเข้ารับการรักษา แต่ยังคงการตรวจภาวะพังผืดในตับเพื่อวางแผนการรักษา โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยตับแข็ง เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมมีข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ตรวจเจอเชื้อไม่ได้รับการรักษาคงค้างอยู่ที่รพ.ชุมชน จำนวนมาก เบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อ

“การตรวจพบโรค และได้รับยารักษาเร็วนั้น สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ ถือว่ามีความคุ้มค่ามากกว่าการที่ปล่อยให้มีการดำเนินโรคมาสู่การเป็นโรคมะเร็งตับซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก เทียบกับการกินยาสูตรรวมซอฟเวล 1 คอส 3 เดือน คิดเป็นค่ายารวม 9,000 บาท ก็หายขาด คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น แต่หากไม่ได้รับการรักษาก็จะนำมาสู่การเป็นโรคมะเร็งตับ โดยเฉพาะในคนที่ติดเชื้อเอชไอวี มีโอกาสที่จะป่วยมะเร็งตับถึง 9 เท่า” นายอภิวัฒน์ กล่าวและว่า การให้ยาเร็วรักษาหาย ยังส่งผลดีไม่ให้มีการแพร่โรคสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย

นายนิมิตร์ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีกว่า 4 แสนราย มีเพียงหลักร้อยรายเท่านั้นที่ได้รับการรักษา จากจำนวนยาที่ซื้อมากว่า 300 กว่าล้านบาท แต่หลักเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคในการรักษา รพ.ก็ไม่กล่าวส่งเบิก แล้วถ้าคนไข้อยากตรวจก็ยังต้องสำรองจ่ายก่อน ถ้าเบิกได้ รพ.ก็คืนให้ จึงถือเป็นภาระสำหรับประชาชนอีก เพราะค่าตรวจถึง 2,500 บาท ดังนั้น จึงขอให้กรมการแพทย์ปรับเกณฑ์การรักษาใหม่ให้ผู้ที่ตรวจเจอเชื้อทุกรายได้รับการรักษาด้วยยา ซึ่งตอนยามีราคาถูกลงแล้ว

ด้าน พญ.ปฐมพร กล่าวว่า ขณะนี้ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สามารถผลิตยาต้นแบบสูตรรวมได้แล้ว อยู่ระหว่างการขออนุญาตขึ้นทะเบียน เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็จะทำให้ราคายาถูกลงที่คอสละ 9,000 บาท และจะมีการหารือกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้ราคายาถูกลงกว่านี้ ส่วนเรื่องของการปรับเกณฑ์การรักษา จ่ายยาให้ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีนั้น ขณะนี้กรมการแพทย์ มีการหารือร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องถึงการปรับเกณฑ์ดังกล่าวต่อไปแล้ว เนื่องจาก สธ.มีแผนการดำเนินการจัดการให้โรคนี้หมดไปในปี 2573 ตามหลักสากล เพื่อให้การเกิดโรคมะเร็งตับจากไวรัสตับอักเสบซีหมดไปด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon