สธ.เดินสายจัดเวทีกัญชาทางการแพทย์ ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ ดีเดย์ 4-6 มี.ค.65

8.02.22 | 15:47 น.
สธ.เดินสายจัดเวทีกัญชาทางการแพทย์ ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ ดีเดย์ 4-6 มี.ค.65

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2565) นพ.ภูวเดช สุระโคตร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมที่มีผู้บริหาร สธ. และผู้บริหารเขตสุขภาพ เข้าร่วม เกี่ยวกับการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ครั้งที่ 1 ว่า สธ.มีภารกิจในการให้บริการสุขภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษาโรคและฟื้นฟูสภาพ โดยที่ผ่านมา กัญชาทางการแพทย์เป็นแผนบริการสุขภาพ สาขาหนึ่งของ สธ. ด้วยหลักการของประมวลกฏหมายยาเสพติดในด้านการแพทย์ ที่ทำให้การปลูก ผลิต และใช้กับผู้ป่วยนั้นอยู่ในความดูแลของ สธ.และภาคีเครือข่าย ประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาของ สธ.จึงมีอย่างครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน

นพ.ภูวเดช กล่าวว่า จากประสบการณ์ของ สธ. พบว่ายากัญชามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยหลายกลุ่ม โดยส่วนของยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาสารสกัดเข้มข้นมีประโยชน์กับผู้ป่วยในโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยามาตรฐาน เช่น ลมชัก ปวดปลายประสาท ฯลฯ และการรักษาแบบประคับประคอง ส่วนยาแผนไทยนั้น มีประโยชน์ในโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่พบบ่อย เช่น อาการนอนไม่หลับ ปวด เป็นต้น โดยในช่วง 2 ปีที่นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ พบว่า ในแต่ละเขตสุขภาพมีการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมมมากมาย เช่น การพัฒนาคลินิกกัญชารูปแบบปกติใหม่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยกัญชา ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลที่สถานพยาบาลรายงานเข้าสู่ระบบ ทำให้เห็นแนวโน้มว่า กัญชาสามารถสร้างสุขภาพควบคู่เศรษฐกิจได้ หากมีการสนับสนุนอย่างถูกจุด


“จึงได้มีการหารือกับเขตสุขภาพ และสถาบันกัญชาทางการแพทย์ และลงความเห็นว่า ควรมีการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ครั้งที่ 1 โดยกระจายการจัดงานในทุกเขตสุขภาพ และจะจัดงานในลักษณะเดียวกันต่อเนื่องทุกปี” นพ.ภูวเดช กล่าว


นพ.ภูวเดช กล่าวต่อไปว่า การจัดงานมีกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มได้แก่ ผู้ป่วย ประชาชนทั่วไป และ ผู้ประกอบการ จะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การประชุมวิชาการความก้าวหน้ากัญชาทางการแพทย์ คลินิกกัญชาบูรณาการ และมหกรรมกัญชากัญชง โดยจะมีการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางและเขตสุขภาพ ในการกำหนดธีมงาน และรายละเอียดของงานร่วมกัน โดยกำหนดจัดที่แรกในเขตสุขภาพที่ 9 ที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 4-6 มีนาคม 2565 และจะขยายครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ โดยสถาบันกัญชาทางการแพทย์จะรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในส่วนกลาง และจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง

Advertisement