กทม.เร่งเขื่อนคลองลาดพร้าว ยกระดับคุณภาพชีวิต แก้มลพิษ น้ำเน่าเสีย
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) คลองลาดพร้าว โดยมี พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตห้วยขวาง สำนักงานเขตวังทองหลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ที่สำนักงานเขตห้วยขวาง จากนั้นได้ลงเรือตรวจความก้าวหน้าของโครงการ จากท่าเรือใต้ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถึงท่าเรือวัดลาดพร้าว

นพ.ชวินทร์กล่าวว่า กทม. โดยสำนักการระบายน้ำได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว คลองบางบัว คลองถนน คลองสอง และคลองบางซื่อ จากบริเวณเขื่อนเดิมอุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง ไปทางประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ซึ่งคลองลาดพร้าวนับว่าเป็นคลองหลักที่มีความสำคัญทางด้านการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความกว้าง 18-80 เมตร (ม.) ความยาว 22 กิโลเมตร (กม.) รองรับน้ำจากตอนบนของกรุงเทพฯ บริเวณ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ 8 สำนักงานเขต ประกอบด้วย เขตสายไหม เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว เขตห้วยขวาง และเขตวังทองหลาง อีกทั้งเป็นคลองที่ต่อเชื่อมระหว่างคลองหกวาสายล่างกับคลองแสนแสบ โดยว่าจ้างบริษัท ริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้รับจ้างเหมาดำเนินโครงการก่อสร้าง เริ่มต้นสัญญาวันที่ 15 มกราคม 2559 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 22 สิงหาคม 2564 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 2,047 วัน มีพื้นที่โครงการก่อสร้างทั้งหมด 40,810 ม.

“ปัจจุบันได้ส่งมอบพื้นที่โครงการก่อสร้างให้ผู้รับจ้างแล้ว 26,008 ม. คิดเป็น ร้อยละ 63.70 ดำเนินการตอกเสาเข็มได้ 32,320 ต้น แนวเขื่อนที่ตอกเสาเข็มแล้ว ความยาว 24,030 ม. คงเหลือแนวเขื่อนที่ยังไม่ได้ตอกเสาเข็มอีก 1,978 ม. รวมผลงานทั้งโครงการทำได้ ร้อยละ 55.6” นพ.ชวินทร์กล่าว และว่า แผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 100% ส่วนพื้นที่โครงการที่ยังไม่สามารถส่งมอบให้ผู้รับจ้างได้ ความยาว 14,802 ม. คิดเป็น ร้อยละ 36.30 เนื่องจากติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่ไม่ต่อเนื่อง รวมถึงผู้รับจ้างทำงานในพื้นที่ที่ส่งมอบแล้วล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังมีผู้รุกล้ำที่ไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่ง กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เจรจาสร้างความเข้าใจแก่ผู้รุกล้ำที่ยังไม่ยินยอมรื้อย้ายบ้านเรือน ควบคู่กับการใช้มาตรการด้านกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

รองปลัด กทม.ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำติดตามการทำงานของผู้รับจ้าง พร้อมทั้งเร่งรัดแก้ไขงานก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน ส่วนสำนักงานเขตในพื้นที่สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้รุกล้ำให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมและประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการดังกล่าว เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองลาดพร้าว แล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพในการลำเลียงและระบายน้ำ นอกจากนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าว ยังได้มีบ้านเรือนเป็นของตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองลาดพร้าว ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดและสวยงาม ตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเน่าเสีย ซึ่งจะส่งผลให้สภาพแวดล้อมรอบตัวดีขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนริมฝั่งคลอง

