รมว.สุชาติ รับข้อสั่งการ ศบค.เปิดนำเข้าแรงงานต่างด้าวไป-กลับ 8 จว.ชายแดน

รมว.สุชาติ รับข้อสั่งการ ศบค.เปิดนำเข้าแรงงานต่างด้าวไป-กลับ 8 จว.ชายแดน

วันนี้ (17 ก.พ.65) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีข้อสั่งการให้กระทรวงแรงงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการการนำเข้าแรงงานต่างด้าว เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรัดกุม เข้มงวด และครบถ้วน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงานจึงเร่งวางแนวทางการนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา และกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง (มาตรา 64) หลังจากสำรวจความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวของนายจ้าง สถานประกอบการ และพบความต้องการจ้างแรงงานในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 32,479 คน จึงมอบหมายกรมการจัดหางาน (กกจ.) เตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างด้าวตามมาตรา 64 ต่อไป

“กระทรวงแรงงาน มีการเปิดให้นำเข้าแรงงานชาวกัมพูชามาทำงานตามฤดูกาลกับผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 พบมีนายจ้างสถานประกอบการนำเข้าแรงงาน จำนวน 708 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 1,856 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ก.พ.65) ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประเมินแล้วว่ามีความพร้อมที่จะเปิดนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา และเมียนมาเข้ามาทำงานตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 8 จังหวัด แบ่งเป็น สัญชาติกัมพูชาในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว และตราด สัญชาติเมียนมา ในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ เชียงราย ตาก กาญจนบุรี และระนองโดยดำเนินการตามแนวทางเดียวกับการนำแรงงานกัมพูชาทำงานในพื้นที่ จ.จันทบุรี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดี กกจ. กล่าวว่า กกจ.ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เตรียมความพร้อมสถานที่กักตัวทั้งสิ้น 17 แห่ง มี 476 ห้อง รองรับได้ 1,368 คน เป็นแรงงานสัญชาติกัมพูชาที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว และตราด ทั้งสิ้น 11 แห่ง 291 ห้อง รองได้ 1,038 คน และเป็นสัญชาติเมียนมาที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่จ.เชียงราย ตาก กาญจนบุรี และระนอง ทั้งสิ้น 6 แห่ง 185 ห้อง รองรับได้ 330 คน โดยใช้มาตรการเหมือนกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ ให้มีพื้นที่ดูแลก่อนเข้ามาทำงาน

“กกจ.จัดทำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมชาและเมียนมาเข้ามาทำงาน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมี 5 ขั้นตอน 1.นายจ้างประสานลูกจ้าง เพื่อจัดเรียมเอกสารและนัดหมายวันเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพื่อให้แรงงานต่างต้าวเตรียมหลักฐาน ได้แก่ หลักฐานการตรวจโควิด-19 โดยวิธี RT- PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมง (ชม.) ก่อนเดินทางเข้ามา หรือผลรับรองการตรวจ ATK เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ หรือเอกสารอื่นที่อธิบดี  กกจ.ประกาศกำหนด 2.ด่านควบคุมโรคติดต่อฯ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการตรวจโควิด-19 และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการตรวจโรคตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าว และทำประกันสุขภาพระยะเวลา 3 เดือน และออกใบรับรอง ต.8” นายไพโรจน์ กล่าว

อธิบดี กกจ. กล่าวว่า 3.ด่านตรวจคนเข้าเมืองฯ ดำเนินการตรวจบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ หรือเอกสารอื่นที่อธิบดี กกจ.ประกาศกำหนด และดำเนินการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรในบัตรผ่านแดน เป็นระยะเวลา 30 วันต่อครั้ง 4.สถานที่กักตัว โดยคนต่างด้าวที่ฉีดวัคซีนมาจากประเทศต้นทางครบแล้วให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 7 วัน และให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT – PCR จำนวน 2 ครั้ง กรณีตรวจพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา
และ 5.การขอรับใบอนุญาตทำงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร และออกใบอนุญาตทำงานแบบ บต.40 ไม่เกิน 3 เดือน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon