ฉีดวัคซีนโควิด 120 ล้านโดส ตาย 4 ราย เคสเด็กดับหลังรับไฟเซอร์ เหตุจากภาวะร่างกาย

18.02.22 | 17:30 น.
ฉีดวัคซีนโควิด 120 ล้านโดส ตาย 4 ราย เคสเด็กดับหลังรับไฟเซอร์ เหตุจากภาวะร่างกาย

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ว่า ข้อมูลการฉีดจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 สะสม 120 ล้านโดส แยกเป็น ซิโนแวค 26.4 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 46.8 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 14.7 ล้านโดส ไฟเซอร์ 27.6 ล้านโดส โมเดอร์นา 4.3 ล้านโดส พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน เป็นการแพ้รุนแรง 79 ราย แยกเป็นซิโนแวค 43 รายคิดเป็น 0.16 ต่อแสนโดส แอส ตร้าฯ 22 รายคิดเป็น 0.05 ต่อแสน ซิโนฟาร์ม 3 รายคิดเป็น 0.02 ต่อแสนไฟเซอร์ 11 ราย คิดเป็น 0.04 ต่อแสน ถือว่าอยู่ในระดับต่ำทุกตัว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ/เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ พบ 31 ราย เป็นแอสตร้าฯ 1 ราย คิดเป็น 0.002 ต่อแสน ซิโนฟาร์ม 1 รายคิดเป็น 0.01 ต่อแสนไฟเซอร์ 29 รายคิดเป็น 0.1 ต่อแสน ขณะที่ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ พบ 6 ราย เป็นแอสตร้าฯ 5 ราย คิดเป็น 0.01 ต่อแสน และไฟเซอร์ 1 ราย คิดเป็น 0.004 ต่อแสน

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ส่วนผู้เสียชีวิตภายหลังรับวัคซีนที่ได้รับรายงาน 2,081 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญพิจาณาแล้ว 1,464 ราย พบที่สรุปได้ว่า เกี่ยวข้องกับวัคซีน 4 ราย แยกเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ 2 ราย แพ้รุนแรงร่วมกับภาวะช็อก 1 ราย และมีอาการ Stevens-Johnson syndrome และอาการแพ้ทางผิวหนัง 1 ราย เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน 177 ราย เช่น โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ 116 ราย เลือดออกในสมอง ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 2 ราย อื่นๆ 40 ราย เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น 938 ราย เช่น เลือดออกในสมอง 67 ราย ติดเชื้อของระบบประสาทและสมอง 2 ราย ปอดอักเสบรุนแรง 402 ราย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด 7 ราย โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ 163 ราย นอกนั้นยังต้องหาข้อมูลเพิ่มติดตามต่อเนื่อง และที่ยังไม่สามารถสรุปได้

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า กรณีเด็กชายอายุ 12 ปี ที่เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1 วันที่ 25 มกราคม 2565 หลังฉีดปกติกลับบ้านมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการปวดขาข้างซ้ายในวันเดียวกับที่ฉีด 3 วันหลังจากนั้น วันที่ 28 มกราคม มีอาการปวดเข่า รักษาที่คลินิก อาการไม่ดีขึ้น มีอาการอ่อนแรงและปวดขามากขึ้นทั้ง 2 ขา วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ไป รพ.เอกชน ด้วยอาการอ่อนแรง ยกขาไม่ขึ้น ขาลายมีรอยจ้ำเขียว ยกไม่ขึ้น ปัสสาวะน้อย แพทย์สงสัยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งต่อ รพ.กระบี่ ได้ให้ยาปฏิชีวนะและน้ำเกลือ อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในวันที่ 3 กุมภาพันธ์

“ผลตรวจในห้องปฏิบัติการพบเม็ดเลือดขาวสูง เพาะเชื้อจากเลือดพบเชื้อแบคทีเรีย คณะผู้เชี่ยวชาญสรุปผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะเข่าอักเสบจากการติดเชื้อ ร่วมกับมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ไม่พบการติดเชื้อบริเวณที่ฉีดวัคซีน ข้อมูลการตรวจจากป้องปฏิบัติการสรุปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดช่วงเวลาใกล้เคียง” นพ.เฉวตสรร กล่าว

Advertisement