ก.แรงงาน จ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนให้ญาติ 3 เหยื่อนั่งร้านถล่ม กว่า 2.6 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบสิทธิประโยชนเงินทดแทนแก่ญาติลูกจ้าง จำนวน 3 ราย กรณีลูกจ้างเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไซต์งานก่อสร้างโครงการวัน แบงค็อก ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุเหล็กค้ำยันรองรับหล่อคอนกรีตพังถล่มขณะเทคอนกรีต โดยมี นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) น.ส.อรวรรญา พันธุ์เขียว สมุห์บัญชี ตัวแทน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ และกำชับให้กระทรวงแรงงานเร่งให้ความช่วยเหลือญาติของคนงานที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บโดยด่วน ซึ่งกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประสานญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย รับทราบ และในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ตนมอบสิทธิประโยชน์เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตแก่ญาติของลูกจ้าง
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ กระทรวงแรงงาน โดย สปส. ได้มอบสิทธิประโยชน์เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ทายาทและผู้มีสิทธิ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินทดแทน พ.ศ.2537 และเงินบำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคม แก่ญาติจำนวน 3 ราย ได้แก่
รายแรก น.ส.เกวรีชัย คำมิ่ง ญาติของ นางบุญโฮม วังมา อายุ 42 ปี จะได้ค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทน อัตราเดือนละ 6,374.20 บาท เป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 764,904 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพกรณีเสียชีวิต 10,201.69 บาท รวมเป็นเงิน 825,105.69 บาท
รายที่ 2 นายปรัชญา บุญภักดี ญาติของ นางประไพ สุปมา จะได้ค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทน อัตราเดือนละ 6,428.80 บาท เป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 771,456 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพกรณีเสียชีวิต 63,064.83 บาท รวมเป็นเงิน 884,520.83 บาท
รายที่ 3 นายฟัรฮาน มะลูล้อง ญาติของ นางอุดร เลขสันต์ จะได้ค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทน อัตราเดือนละ 6,447 บาท เป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 773,640 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพกรณีเสียชีวิต 74,835.08 บาท รวมเป็นเงิน 898,475.08 บาท
รวมทั้ง 3 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 2,608,101.6 บาท

