อนุทิน ยันมติ ศบค. T&G เข้าไทยตรวจโควิดด้วย RT-PCR กับ ATK อย่างละครั้ง
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ ประเด็นการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยเปิดรับผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านระบบไม่กักตัว (Test and go) ระบบแซนด์บ็อกซ์ และระบบกักตัว ซึ่งมติที่ประชุม ศบค.วันนี้ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธานการประชุม ก็เห็นชอบให้มีการปรับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ จากเดิมที่ต้องตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง คือ ก่อนเดินทางมา 72 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงทันที และวันที่ 5 ของการเดินทางมาถึง โดยปรับให้เหลือเพียงการตรวจก่อนเดินทางเข้ามา และเมื่อมาถึงก็จะตรวจ 1 ครั้ง และครั้งที่ 2 ก็ปรับเป็นการตรวจ ATK ทั้งนี้ เพื่อปรับตามสถานการณ์ และเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางตัดสินใจเข้าไทยมากขึ้น
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขประกันสุขภาพผู้เดินทาง เดิมกำหนดว่าจะต้องมีวงเงินครอบคลุมการรักษามากกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐ แต่มติวันนี้ก็เห็นชอบปรับลดลงให้เหลือวงเงินมากกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐ โดยต้องครอบคลุมการรักษากรณีที่ผู้เดินทางติดเชื้อแล้วต้องเข้ารักษาในโรงแรมด้วย ทั้งนี้ การใช้จ่ายส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายส่วนนี้จะช่วยลดเงื่อนไขการเดินทางประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจเรื่องการตรวจ ATK นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับการตรวจ ATK ต้องย้ำว่า เราไม่ได้ปล่อยให้เข้ามาได้เลยแต่จะต้องมีการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง มาถึงแล้วยังต้องตรวจอีก ซึ่งแพทย์ก็มีข้อมูลยืนยันว่า หากมีเชื้อจริงๆ รับเชื้อมา 3-4 วัน ตรวจด้วย ATK ก็สามารถพบเชื้อได้แล้ว
“ฉะนั้น ขอให้ความมั่นใจว่า เรามีระบบติดตามผู้เดินทาง และกำชับเรื่องการป้องกันตัวเอง ทั้งนี้ เราต้องผ่อนคลายให้เศรษฐกิจเดินได้ หลายประเทศเขาก็เปิดกันมากขึ้นแล้ว การที่เราต้องตั้งเงื่อนไขมากๆ เขาก็มองว่าอาจจะเข้มงวดไป ผ่อนคลายได้ก็เป็นประโยชน์กับประเทศด้วย” นายอนุทิน กล่าว

