สปส.เผยความคืบหน้าปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ 3 ขอ

สปส.เผยความคืบหน้าปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ 3 ขอ

วันนี้ (23 ก.พ.65) นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพ “3 ขอ” ได้แก่ ขอเลือก ขอกู้ และขอคืน ที่มีผู้ประกันตนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ เพื่อให้สามารถนำเงินกรณีชราภาพที่จ่ายสมทบอยู่ในกองทุนประกันสังคมออกมาเพื่อใช้ก่อนบางส่วน (ขอคืน) หรือนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน (ขอกู้) หรือให้มีสิทธิเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จชราภาพ เมื่อนำส่งเงินสมทบครบเงื่อนไขการได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว (ขอเลือก) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
โควิด-19 หรือจากสถานการณ์อื่นใดซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ ก็จะได้มีเงินบางส่วนที่สามารถนำมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน เพิ่มสภาพคล่องให้ตนเองเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเงินที่อาจอยู่ในขั้นวิกฤต ให้ผู้ประกันตนสามารถวางแผนการใช้เงิน มีการบริหารทางการเงินอย่างรอบคอบขึ้น

“อีกทั้งยังจะทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้โดยง่ายแม้จะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่สังคมเพิ่มมากขึ้น ส่วนการให้กระทรวงแรงงาน โดย สปส.เร่งดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องผู้ประกันตนเป็นสำคัญ” นายบุญสงค์ กล่าว

เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส.ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการปรับปรุงแก้ไขประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ และนำมายกร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการแก้ไขกฎหมายกรณีดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกันตนกรณีชราภาพ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงแก่ผู้ประกันตนต่อไป โดยสาระสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพ (3 ขอ : ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) มีดังนี้
ขอเลือก คือ กรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบจนก่อให้เกิดสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว (จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน) ให้มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ หรือสามารถเลือกรับเงินบำเหน็จชราภาพได้
ขอคืน คือ ในกรณีที่ท้องที่หนึ่งท้องที่ใดเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์อื่นใดอันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของผู้ประกันตนหรือผู้ที่มีเงินสมทบกรณีชราภาพ จนไม่สามารถดำรงชีพได้อย่างปกติ ผู้ประกันตนหรือผู้ที่มีเงินสมทบกรณีชราภาพอาจขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ทั้งนี้ การขอรับเงินชราภาพบางส่วน และการหักส่วนลด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ขอกู้ คือ ในกรณีที่ผู้ประกันตนประสงค์จะนำเงินชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินที่มีความตกลงกับสำนักงาน เพื่อใช้ในการดำรงชีพของผู้ประกันตนโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

“สำหรับความคืบหน้าในขณะนี้ สปส.ได้เสนอร่างพระราช (พ.ร.บ.) บัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ไปยังสำนักเลขาธิการ ครม. เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 เพื่อขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อนุมัติในหลักการต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะแจ้งในทราบเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้ สปส.จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนและความมั่นคง
ของกองทุนประกันสังคมเป็นสำคัญ โดยจะต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคม” นายบุญสงค์ กล่าว

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image