หมอ แนะ ติดโอมิครอน 50% ไม่มีอาการ ไม่ต้องกินฟาวิพิราเวียร์ ย้ำ! สวมแมสก์คุยคนติดเชื้อ ไม่เสี่ยง
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรักษาโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation) ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำอย่างแรกคือ การป้องกันไม่ให้ตัวเองติดเชื้อโควิด-19 จะเป็นเรื่องดีที่สุด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การลดเข้าสถานที่เสี่ยง การทำกิจกรรมเสี่ยง รวมถึงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ทั้งนี้ สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เราจะแบ่งเป็น “ผู้ติดเชื้อ” คือคนที่มีผลตรวจบวก แต่อาการน้อย ถือเป็นกลุ่มสีเขียว และ “ผู้ป่วย” คือคนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการ มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ถือเป็นกลุ่มสีเหลือง หากอาการรุนแรง ก็จะเป็นกลุ่มสีแดง ต้องแยกใน 2 กรณีนี้ก่อน
นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด คือคนที่มีผลตรวจเป็นบวก จากข้อมูลเราจะเห็นชัดว่า 50% จะไม่มีอาการเลย ซึ่งตามที่คาดการณ์คือ 1.คนไทยฉีดวัคซีนกันเยอะ 2.สายพันธุ์โอมิครอน ความรุนแรงไม่มาก และที่สำคัญคือ ตัวเลขผู้ที่รักษาอยู่ขณะนี้กว่า 1.7 แสนราย ประมาณ 7 หมื่นราย เข้าระบบการรักษาที่บ้านและชุมชน (Home and Community Isolation) ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ไม่ต้องกินยาฟาวิพิราเวียร์ ก็สามารถหายได้ เมื่อแยกกักครบ 7 วัน ถือว่าไม่สามารถแพร่เชื้อได้ ฉะนั้น ข้อมูลนี้รวมถึงจากต่างประเทศ ก็จะยืนยันได้
“ประเด็นของการกินยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับคนไม่มีอาการ ก็ไม่จำเป็น เพราะว่า ตอนนี้เราฉีดวัคซีนกันไปเยอะแล้ว ก็เหมือนยาป้องกันล่วงหน้าแล้ว แล้วอย่างที่ทราบกันว่า ยาก็เป็นสารเคมี รวมถึงยาทุกชนิด เราพิจารณาตามเหมาะสม หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกิน ชั่งข้อดี ข้อเสีย หลายคนก็ไม่อยากกินยา แต่ก็หาย ยาควรจะให้คนที่มีอาการมากกว่า โดยเฉพาะ 608” นพ.โอภาส กล่าว
เมื่อถามว่า สำหรับตอนนี้ติดเชื้อมากขึ้น คนเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องกักตัว 7 วัน แต่เมื่อออกมาแล้ว ก็ไปสัมผัสเสี่ยงสูงซ้ำอีก ต้องกักตัวอีก อยากให้เน้นย้ำความจำเป็นเรื่องนี้ นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงขณะนี้เรากำหนดให้กักตัว 7 วันแล้วอีก 3 วันออกมาข้างนอก ก็ให้สังเกตอาการ เฝ้าระวังให้มากๆ แต่ที่ต้องเน้นย้ำ คือ ขณะนี้เราฉีดวัคซีนกันเยอะแล้ว เราก็ลดจาก 14 เหลือ 7 วัน ซึ่งก็จะค่อยๆ ปรับลดมาตรการผ่อนคลายเรื่อยๆ
นพ.โอภาส กล่าวว่า นิยามของผู้สัมผัสใกล้ชิด คือ 1.พูดคุยกับคนติดเชื้ออย่างใกล้ชิด มากกว่า 15 นาที 2.อยู่ในห้องอากาศไม่ถ่ายเทมากกว่า 30 นาที 3.ไอ จามรดกัน หลังจากนั้น เราก็มาดูว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือต่ำ ถ้าสวมหน้ากากอนามัยทั้งคู่ก็ไม่ต้องกักตัว ให้สังเกตอาการ ดังนั้น สำคัญที่สุดคือการสวมหน้ากากอนามัย ลดการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ลดการถอดหน้ากากอนามัย
“สำหรับคำว่า ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องกักตัว คือ คนที่สวมหน้ากากอนามัยพูดคุยกับคนติดเชื้อ ไม่ถือว่าเสี่ยง ยิ่งทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัย ก็ถือว่าเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกักตัว ซึ่งเราปรับนิยามมาเดือนกว่าแล้ว” นพ.โอภาส กล่าว
เมื่อถามว่าสำหรับมาตรการเตรียมพร้อม ก่อนเทศกาลสงกรานต์ นพ.โอภาส กล่าวว่า หากทุกคนร่วมมือกัน ดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวัง จะสังเกตได้ว่าการติดเชื้อขณะนี้ มาจากการรับประทานอาหารร่วมกัน การสังสรรค์ งานเลี้ยง การถอดหน้ากากอนามัย เป็นต้น โดยเมื่อเราฉีดวัคซีนแล้วรวมกับติดเชื้อไม่มีอาการ ก็อาจจะเผลอผ่อนคลายมาตรการกัน ก็ขอให้ระวังขึ้นอีกซักหนึ่ง แต่ไม่อยากให้กลัว เช่นอย่างเกาหลีใต้ ติดเชื้อวันละแสนราย ก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ไทยยังไม่ถึงขนาดนั้น
“ขอให้ลดความเสี่ยงลดซักหน่อย และระวังมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ก็ขอให้ลูกหลานพาไปฉีดวัคซีนกระตุ้นด้วย” นพ.โอภาส กล่าว

