สปสช.จ่ายกลุ่มอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด 1.2 หมื่นราย กว่า 1,461 ล้าน

สปสช.จ่ายกลุ่มอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด 1.2 หมื่นราย กว่า 1,461 ล้าน

วันนี้ (28 ก.พ.65) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงภายหลังติดเชื้อ โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 กุมพันธ์ 2565 มีประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 รวมเข็มที่ 1, 2, 3 และ 4 สะสมแล้ว จำนวน 123,462,330 โดส กระจายทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ในจำนวนนี้มีผู้ที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์และผลกระทบภายหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลได้มอบให้ สปสช. ทำหน้าที่ในการดูแลช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีประชาชนที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังรับฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งสิ้นจำนวน 15,552 ราย ในจำนวนนี้เข้าหลักเกณฑ์รับการช่วยเหลือจำนวน 12,408 ราย คิดป็นร้อยละ 79.78 ไม่เข้าหลักเกณฑ์ฯ จำนวน 2,280 ราย ร้อยละ 14.66 และอยู่ระหว่างการรอพิจารณาจำนวน 864 ราย ร้อยละ 5.56 ซึ่งในจำนวนนี้มีการมียื่นอุทธรณ์คำร้อง 831 ราย โดย สปสช.ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นฯ แล้วทั้งสิ้น 1,461.19 ล้านบาท จากพื้นที่ยื่นคำร้อง 5 อันดับแรก ได้แก่ เขต 13 กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุด จำนวน 2,624 ราย รองลงมาเขต 10 อุบลราชธานี จำนวน 1,813 ราย เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 1,630 ราย เขต 8 อุดรธานี จำนวน 1,461 ราย และเขต 6 ระยอง จำนวน 1,041 ราย เมื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ผู้ที่ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง จำนวน 8,412 ราย ร้อยละ 54.09 ผู้มีสิทธิประกันสังคม จำนวน 3,760 ราย ร้อยละ 25.44 ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการ จำนวน 3,008 ราย ร้อยละ 19.34 นอกนั้นเป็นผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นๆ

นพ.จเด็จกล่าวว่า ในส่วนของอาการไม่พึงประสงค์ที่มีการยื่นคำร้องฯ อาทิ มีไข้, ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน, มีผื่น คัน บวม, ปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด, แน่นหน้าอก หายใจลำบาก, อาการชา, แขนขาอ่อนแรง, ภาวะแพ้รุนแรง (Phylaxis Shock) และเสียชีวิต อย่างไรก็ตามภาพรวมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ ระดับ 1 อาการเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 8,919 ราย ขณะที่ใน ระดับ 2 เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มี จำนวน 351ราย และ ระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท จำนวน 3,138 ราย

ทั้งนี้ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ใน 3 จุด คือ 1.ที่หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด 2.ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3.ที่ สปสช.เขตพื้นที่ทั้ง 13 สาขาเขต มีระยะเวลายื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่เกิดความเสียหายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 หลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย

“สปสช.ยังคงให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบภายหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล ขอให้ประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตามหลักเกณฑ์การให้บริการ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 และลดความสูญเสียจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” นพ.จเด็จ กล่าและว่า ดาวน์โหลดแแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/175 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon