เริ่ม! วันแรก ติดโควิดเจอ แจก จบ สธ.ยันรับยากลับบ้านเป็นทางเลือก

1.03.22 | 16:04 น.
เริ่ม! วันแรก ติดโควิดเจอ แจก จบ สธ.ยันรับยากลับบ้านเป็นทางเลือก

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมผู้บริหาร สธ. เดินทางไปตรวจเยี่ยมการรักษาผู้ป่วย/ติดเชื้อโควิด-19 ในรูปแบบผู้ป่วยนอก หรือ OPD ที่คลินิกคลินิกไข้หวัด/โรคระบบทางเดินหายใจ หรือ ARI Clinic โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี ซึ่งเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก โดยวันนี้มีผู้ติดเชื้อไปเข้ารับบริการประมาณ 150-250 ราย

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สำหรับระบบ ‘เจอ แจก จบ’ ที่อธิบดีกรมการแพทย์พัฒนาขึ้น เพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอกได้ โดยระบบนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถตรวจเอทีเคเองจากที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปที่ รพ. หรือจะเดินทางไปตรวจที่ รพ.ใกล้บ้านก็ได้ หรือผู้ป่วยเข้าข่าย หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อก็สามารถเดินทางไปรับบริการที่คลินิกของ รพ.นั้นๆ ได้

“หากผู้ใดที่ตรวจเอทีเคแล้ว มีผลเป็นบวก หมายความว่า ติดเชื้อโควิด-19 แต่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการเลย ก็จะมีแพทย์คอยให้คำแนะนำจากระบบนี้ โดยจะดูแล และประเมินความเสี่ยงผ่านระบบดังกล่าว และจะมีการเอกซ์เรย์ให้ตามอาการป่วยของแต่ละบุคคล หากมีอาการสูงขึ้น ก็จะส่งไปที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย HI/CI เพื่อให้ติดตามอาการภายใน 48 ชั่วโมง และจะได้รับยารักษาต่อไป” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

Advertisement

ปลัด สธ. กล่าวว่า สำหรับกลุ่มยาที่ใช้ในการดูแลผู็ป่วย/ติดเชื้อโควิด-19 ในระบบนี้มี 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เกี่ยวข้องกับการรักษาไข้หวัดทั่วไป มียาลดไข้ ยาแก้ไอ และยาขับเสมหะ 2.ฟ้าทะลายโจร และ 3.ฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งจะแบ่งตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย โดยมีทั้งหมด 7 สูตร ซึ่งการแจกยานี้จะแจกผ่านตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ เพื่อลดการสัมผัส โดยวิธีจ่ายยานั้น แพทย์จะให้คิวอาร์โค้ดแก่ผู้ป่วย และผู้ป่วยนำไปสแกนที่ตู้จำหน่ายยาและรับยา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในขณะนี้ยังอยู่ในสิทธิการรักษาแบบโควิด ยูเซ็ป (Covid UCEP) การจะรับยาแบบ OPD ผู้ติดเชื้อจะต้องเดินทางไปที่ รพ.ตามสิทธิป หรือไปที่ ARI Clinic ได้ทุก รพ. นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิที่ตนเองมีได้เช่นเดิม ไม่ว่าจะสิทธิยูเซ็ป ประกันสังคม บัตรทอง สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือเดินทางไปที่ ARI Clinic ตาม รพ.ในเครือของ สธ.ทุกที่

เมื่อถามว่า หากสงสัยว่าจะติดเชื้อ หรือต้องการเดินทางมาตรวจตัวเอง ต้องมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ให้สวมหน้ากาก 2 ชั้น มี Self Prevention และหากรู้ว่าตัวเองมีอาการให้เว้นระยะห่าง

“เช่น วันนี้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ก็สวมหน้ากาก 2 ชั้น ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ นอกจากนี้ สำหรับคนที่ติดเชื้อสามารถโทรศัพท์ไปที่สายด่วน 1330 หรือคอลเซนเตอร์ตาม รพ.ที่ตนเอง มีสิทธิอยู่แทนการเดินทางไปที่ รพ.ได้” นพ.เกียติภูมิ กล่าว

ต่อข้อถามอีกว่า สำหรับ ARI Clinic มีความพร้อมแล้วหรือไม่ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ได้มีการให้นโยบายในวันนี้ (1 มีนาคม 2565) เป็นต้นไป แต่ว่าอาจจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด คาดว่าจะเสร็จสิ้น และเปิดระบบให้บริการเร็วๆ นี้

“คงจะเชิญชวนประชาชนที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ไปใช้ระบบ เจอ แจก จบ นี้ ไม่ได้ เพราะไม่ใช่มหกรรม แต่อยากเรียนกับพี่น้องประชาชนทุกคนว่า เรื่องการตรวจรักษาโควิด-19 ขณะนี้เราก็พยายามที่จะวางแผนจัดการให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น และเรื่องของความรุนแรง ศักยภาพของภูมิต้านทานของคน และกระบวนการรักษาและประสิทธิภาพ มีอยู่ 3 หลักนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า โดยหลักวิชาการพบว่า สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในขณะนี้ คือ โอมิครอน มีความรุนแรงต่ำมาก สำหรับคนที่ติดเชื้อ ร้อยละ 95 มีอาการน้อย โดยผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองนั้นแทบจะเป็น 0 และกลุ่มสีแดงน้อยลงไปอีก และที่เราเคยเป็นห่วงว่า ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ในสมัยเชื้อแอลฟา หรือเชื้อเดลต้า ไปอยู่บ้านอยู่ดีๆ จากสีเขียวเป็นสีเหลือง ซึ่งแต่ก่อนก็จะตกใจกัน แต่เชื้อโอมิครอน นั้น ในวันพรุ่งนี้ (2 มีนาคม 2565) กรมการแพทย์จะเสนอตัวเลขให้ดู ก็จะทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ทางด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับคนไข้ต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อรับการรักษานั้น สธ.ได้มีการประสานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไว้แล้ว และศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.ทั้ง 60 กว่าแห่ง และ รพ.ในสังกัด กทม.อีก 10 กว่าแห่ง โรงเรียนแพทย์ และกรมการแพทย์ ได้พูดคุยกันมาเกือบสัปดาห์ และได้พูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย  กทม.ว่า มี ARI Clinic พร้อมบริการ

“ยืนยันว่า สำหรับ OPD เคส ไม่ได้มาแทนระบบ HI หรือ CI ย้ำว่า ไม่ได้มาแทนที่ แต่เป็นบริการทางเลือกในกรณีที่ผู้ป่วยมองว่าตัวเองไม่มีประกัน และลดภาระของเจ้าหน้าที่หน้างาน อีกทั้ง ผู้ติดเชื้อที่สบายดี ไม่มีอาการ ให้ดูแลตัวเอง (self isolation) หรือสมัครใจที่จะใช้ระบบนี้” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า มีผู้ป่วยเดินทางไปรักษาที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจเฉลี่ยวันละ 150-250 คน ในจำนวนนี้ เมื่อคัดกรองความเสี่ยงพบเป็นโควิด-19 ประมาณ ร้อยละ 60-70 และขณะนี้มีผู้ป่วยอยู่ในระบบ HI ของ รพ.ราชวิถี รวม 2,021 คน

“ทั้งนี้ในการจ่ายยา เน้นการจ่ายยาอย่างสมเหตุสมผล เหมาะกับผู้ป่วย และไม่ได้รับผลกระทบหรืออาการข้างเคียงจากการใช้ยา เกินจำเป็น โดยสูตรยาที่จะแจกให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะแบ่งไปตามกลุ่มอาการ ได้แก่ 1.สูตรยารักษาตามอาการ 2.สูตรยารักษาการติดเชื้อ ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ก็จะจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ รวมถึงยาแก้แพ้ 3.สูตรยา ที่มีอาการเจ็บคอจากเชื้อแบคทีเรีย และจ่ายยาฆ่าเชื้อ 4.สูตรยากลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการแพ้อะม็อกซีซิลลิน 5.สูตรยาที่มีการผสมฟ้าทะลายโจร 6.สูตรยาที่มีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียรให้กับคนที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 90 กิโลกรัม และ 7.สูตรยาที่มีการจ่ายยาฟาวิราเวียร์ในผู้ติดเชื้อน้ำหนัก 90 กิโลกรัม