อนุทิน เผย สธ. พร้อมหนุน กทม. ช่วยคนกรุง หลัง 1330 สายล้น
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดต่อผ่านสายด่วน 1330 เพิ่มเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ว่า ได้สั่งการให้มีการเพิ่มคู่สายรองรับมากขึ้น และหาวิธีการให้คนได้ลงทะเบียนเข้าระบบมากขึ้น รวมทั้งมอบหมายให้อธิบดีทุกกรมที่มีสายด่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเพิ่มช่องทางให้บริการ ซึ่งนโยบายการรักษาในระบบผู้ป่วยนอกหรือ OPD “เจอ-แจก-จบ” เป็นอีกแนวทางที่พยายามคลายปัญหาคอขวดผู้ติดเชื้อระดับสีเขียวที่มากขึ้น
“ขณะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง สามารถมารักษาผ่านระบบ OPD ได้ เมื่อแพทย์วินิฉัยแล้วจ่ายยาและจบกลับไปดูแลตนเองที่บ้านได้ภายใน 5-10 วัน ทั้งนี้ต้องสื่อสารให้คนมีความเข้าใจโรคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เร่งฉีดวัคซีนรวมถึงบูสต์เตอร์โดส ปีนี้มีปัญหาเรื่องการสื่อสารและการตอบรับแค่ประเด็นเดียว ไม่เหมือนปีที่ผ่านมาที่มีหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมีการประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.ต้องดูแลระบบสาธารณสุขทั้งประเทศ ก็พยายามแก้ปัญหาและหาวิธีการช่วยเหลือสนับสนุนภายใต้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ สธ.ไม่มีอำนาจไปสั่งการ แต่สามารถช่วยเหลือกัน ไม่ใช่ช่วย กทม.แต่เป็นการช่วยประชาชน
เมื่อถามว่า การที่ สธ.เปิดบริการรับผู้ป่วยนอก หรือ OPD เพราะต้องการช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนใหญ่ปัญหาอยู่ตรงนี้ เพราะต่างจังหวัดมีหลายอำเภอ มี รพ.สต. มี รพ.อำเภอ รพ.ชุมชน มีหน่วยบริการมาก แต่กรุงเทพฯ ทำไม่ได้ เพราะระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินกำหนดอีกอย่าง จากผู้ปฏิบัติเป็นผู้สนับสนุนแทน
“จริงๆถ้าใจไม้ไส้ระกำ เราก็ทำหน้าที่ของเรา กทม.ก็รับผิดชอบไป แต่ทำไม่ได้หรอก จิตวิญญาณความเป็นกระทรวง ความเป็นข้าราชการ และเราเป็นกระทรวงสาธารณสุขเราต้องดูแลทุกจังหวัด ดูแลทั่วประเทศ จะไม่ดูแลพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ปัญหาเดิมๆเหมือนปีที่แล้ว แต่โชคดีที่ปีนี้ยา เวชภัณฑ์ วัคซีนเราครบ เหลือการสื่อสารประเด็นเดียว ก็ต้องช่วยเหลือกัน” นายอนุทิน กล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีโรงเรียนบางแห่งกำหนดให้เด็กที่จะเข้าสอบคัดเลือกต้องมีผลตรวจ ATK ลงหมอพร้อมที่มีสถานพยาบาลรับรองว่า เน้นย้ำไม่มีการบังคับให้ตรวจ ATK ก่อนสอบ เป็นไปตามนโยบายของรองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการ สธ. รวมทั้งเด็กที่ติดเชื้อและสัมผัสเสี่ยงสูง ต้องจัดห้องสอบแยกให้ต่างหาก บางโรงเรียนที่มีการกำหนดเข้าใจว่าอาจจะเป็นประกาศที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สธ.ได้หารือและกำหนดเป็นนโยบายชัดเจนแล้ว ซึ่งทุกหน่วยก็ต้องปฏิบัติตาม

