สธ.จ่อปรับระบบแจ้งยอดตายโควิด เน้นปอดอักเสบเป็นหลัก เหตุ 30% รายงานสาเหตุไม่ชัด
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนมกราคม 2565 ในประเทศไทย ที่มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ว่า จะต้องดูสาเหตุของการเสียชีวิตตามที่ สธ.กำหนดว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีโรคร่วม จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าอย่างไร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าการจะนับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ควรดูอาการหลัก เช่น ผู้ที่ติดเชื้อต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ปอดอักเสบ เชื้อลงปอดชัดเจน ถือว่าโควิด-19 เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงองค์ประกอบที่ทำให้เสียชีวิต
“เช่น กรณีผู้ป่วยติดเตียง เดิมพักอยู่บ้าน ป่วยหนักอยู่แล้ว แต่พบว่าติดโควิด-19 จากคนใกล้ชิด เมื่อเสียชีวิต เราก็จะต้องดูกันว่า คงต้องแยกกรณีนี้ออกมา เพื่อให้เห็นว่าผู้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 ที่คุกคามในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปอดอักเสบมาก เราจะแยกจำนวนออกมาให้เห็น ซึ่งปลัด สธ. และอธิบดีกรมควบคุมโรคได้หารือกันเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน” นายอนุทิน กล่าว
ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.กล่าวว่า จากตัวเลขการเสียชีวิตในปัจจุบัน พบว่ามีประมาณร้อยละ 10-30 มีสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับเชื้อโควิด-19 เนื่องจากอาการของโควิด-19 น้อย บางกรณีตรวจพบโควิด-19 หลังจากเสียชีวิตแล้ว หรือการเก็บตัวอย่างเชื้อจากร่างผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่พบว่า ผู้เสียชีวิตที่มีโรคประจำตัวร่วมกับโควิด-19 เช่น มะเร็ง โรคตับ ไตวายเรื้อรัง
“จะมีการปรับระบบรายงานผู้เสียชีวิต ที่จะแยกเป็นผู้เสียชีวิตปอดอักเสบ ไม่มีปอดอักเสบ และไม่ระบุสาเหตุแต่จะมีการรายงานถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง” ปลัด สธ. กล่าว

