สธ.ย้ำ! ตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด เข้าระบบเจอแจกจบ จนท.เช็กอาการ 48 ชม.แรก

14.03.22 | 17:11 น.
สธ.ย้ำ! ตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด เข้าระบบเจอแจกจบ จนท.เช็กอาการ 48 ชม.แรก

วันนี้ (14 มีนาคม 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง และโฆษก สธ. แถลงชี้แจงการเข้าสู่ระบบการรักษาของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่าขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 อยู่ในช่วงของการปรับเข้าสู่โรคประจำถิ่น หรือยุติการระบาดใหญ่ (Post Pandemic) ซึ่งเกิดจาก 1.ปัจจุบันตัวเชื้อมีความรุนแรงลดลง ผู้ป่วยหนักหรือเสียชีวิตมีสัดส่วนลดลง 2.มีการฉีดวัคซีนจำนวนมากกว่า 125 ล้านเข็ม มีความครอบคลุมสูงมากขึ้น และ 3.ระบบรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีสมรรถนะและความพร้อมระดับดีมาก ตามแนวทางการประเมินขององค์การอนามัยโลก โดยในการดูแลรักษาโควิด-19 สธ.ได้เพิ่มระบบการดูแลแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัว หรือ “เจอ แจก จบ” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าสู่ระบบการรักษา สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย

“โดยประชาชนที่มีผลตรวจ ATK ด้วยตนเองเป็นบวก (ขึ้น 2 ขีด) สามารถเข้าไปรับบริการคลินิกโรคทางเดินหายใจของโรงพยาบาล (รพ.) ที่มีสิทธิการรักษาอยู่ ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการจัดระบบบริการนี้เช่นกัน โดยจะได้รับการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ประเมินอาการและแจกยาตามระดับอาการ พร้อมทั้งให้ความรู้การปฏิบัติตนในการกลับไปกักตัวที่บ้าน และจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อประเมินว่ามีอาการรุนแรงขึ้นจำเป็นต้องเข้าระบบการรักษาใน รพ.หรือไม่” นพ.รุ่งเรืองกล่าว และว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าได้ผลดี ช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวก ได้เข้าถึงบริการครอบคลุมมากขึ้น

โฆษก สธ.กล่าวว่า ส่วนระบบการรักษาที่บ้าน (HI) ยังคงดำเนินการตามปกติ สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่สะดวกเดินทางไป รพ. เพื่อรักษาแบบผู้ป่วยนอก (โอพีดี) หรือไม่มีรถส่วนตัว โดยโทรสายด่วน 1330 กด 14 หรือติดต่อผ่านไลน์ สปสช. @nhso หรือโทรสายด่วนของจังหวัด หรือสายด่วนโควิด-19 ของ 50 เขต กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งการรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้นนี้ ช่วยลดปัญหาการรอสายหรือไม่ได้รับการติดต่อกลับของสายด่วน 1330 ทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบบริการได้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม แม้สายพันธุ์โอมิครอนจะมีความรุนแรงลดลง แต่ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น อายุมากกว่า 60 ปี มีโรคประจำตัว หากไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ อาจมีอาการรุนแรงเข้าข่ายผู้ป่วยอาการสีเหลืองหรือสีแดงได้ เช่น เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก จะใช้สิทธิยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) เข้ารักษาใน รพ.ทั้งรัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ได้ทุกแห่ง โดยติดต่อสายด่วน 1669 ซึ่งระบบยังรองรับได้อย่างดี” นพ.รุ่งเรืองกล่าว