สาธิต เดินสายจันทบุรี กำชับพื้นที่เร่งฉีดวัคซีนโควิดผู้สูงวัย-แรงงานต่างด้าวก่อนสงกรานต์

25.03.22 | 17:38 น.
สาธิต เดินสายจันทบุรี กำชับพื้นที่เร่งฉีดวัคซีนโควิดผู้สูงวัย-แรงงานต่างด้าวก่อนสงกรานต์

วันนี้ (25 มีนาคม 2565) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังพร้อมด้วย นพ.ณรงค์ อภิกุลวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 และคณะผู้บริหาร ติดตามสถานการณ์และการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ศูนย์พักคอยสองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ระลอกใหม่ของ จ.จันทบุรี ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2565 มีผู้ป่วยสะสม 10,370 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบจากการตรวจ ATK 19,889 ราย ปัจจุบันผู้ติดเชื้อกว่า ร้อยละ 80 เข้ารับการรักษาในระบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัว (OPSI) ตามแนวทางของ สธ. เนื่องจากไม่มีอาการรุนแรง โดยได้รับการรักษาด้วยยาฟ้าทะลายโจรและกลุ่มยาตามอาการ รวม ร้อยละ 90 อีก ร้อยละ 10 ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผู้ป่วยไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้จะมีศูนย์พักคอยในพื้นที่รองรับ เช่น อ.ท่าใหม่ มีศูนย์พักคอย 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลวัดไผ่ล้อม โรงเรียนมัธยมวัดเขาสุกิม และศูนย์พักคอยสองพี่น้อง หากผู้ป่วยมีอาการมากขึ้นจะมีระบบส่งต่อไปโรงพยาบาล (รพ.) ท่าใหม่ และหากอาการหนักจะส่งต่อไปรพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ซึ่งขณะนี้ยังมีเตียงเพียงพอรองรับผู้ป่วย และมียาครอบคลุมทุกกลุ่มอาการ

นายสาธิต กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การฉีดวัคซีนของ จ.จันทบุรี ขณะนี้ประชาชนทั่วไปได้เข็มแรก ร้อยละ 79 กลุ่ม 608 ได้ ร้อยละ 76 และวัคซีนเข็มกระตุ้นได้ ร้อยละ 35 ได้กำชับให้เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเตรียมรับลูกหลานกลับบ้านอย่างปลอดภัย

“นอกจากนี้ ให้ติดตามผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และผู้ที่ต้องเข้ารับการฉีดเข็มกระตุ้นให้มาฉีดวัคซีนให้มากที่สุด รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเพื่อมาทำงานภาคการเกษตรตามฤดูกาล ตามมาตรา 64 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด สำหรับลูกหลานที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ทำตัวเองให้ปลอดจากเชื้อโควิด-19 ตามแนวทาง COVID Free Personal ด้วยการฉีดวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ ช่วง 1 สัปดาห์ ก่อนเดินทาง งดการรวมกลุ่มสังสรรค์ พบปะผู้คนจำนวนมาก หรือเข้าไปยังสถานที่เสี่ยง และตรวจ ATK ก่อนเดินทาง เพื่อคัดกรองตนเอง ไม่ให้นำเชื้อกลับไปแพร่ให้ผู้สูงอายุที่บ้าน” นายสาธิต กล่าว