บอร์ดประกันสังคมจ่ออนุมัติโยกเงินอุดหนุนกองทุนฯ ช่วยผู้ประกันตนรับบำเหน็จ-บำนาญชราภาพ

27.03.22 | 13:14 น.
บอร์ดประกันสังคมจ่ออนุมัติโยกเงินอุดหนุนกองทุนฯ ช่วยผู้ประกันตนรับบำเหน็จ-บำนาญชราภาพ

วันนี้ (27 มีนาคม) นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และบริการของทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือพี่น้องผู้ประกันตนในยามเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว

“การลดเงินสมทบในครั้งนี้ จะส่งผลให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้เพิ่มกระแสเงินสดให้ผู้ประกันตนมีสภาพคล่องมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงระบาดลูกจ้างผู้ประกันตนติดเชื้อต้องรักษาตัวไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ขาดรายได้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกันตนมีเงินไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยแบ่งเบา ลดภาระต้นทุนที่สูงขึ้นและเพิ่มสภาพคล่องให้กับนายจ้าง เพิ่มศักยภาพในการรักษาการจ้างงานส่งผลให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เงินสมทบที่ลดลงมากกว่า 30,000 ล้านบาท จะกลายเป็นเม็ดเงินที่นำมาใช้จ่ายช่วยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ต่อไป” นางบุปผากล่าว

รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงข้อห่วงใยของผู้ประกันตนที่มีความกังวลว่าการลดอัตราเงินสมทบจะมีผลต่อการรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพหรือไม่ ว่า ขอชี้แจงว่าการลดอัตราเงินสมทบนั้นจะไม่มีผลต่อสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญชราภาพและสิทธิประโยชน์กรณีอื่นๆ แต่อย่างใด เพราะการคำนวณสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญคิดจากฐานค่าจ้างเงินเดือน ไม่ได้คิดจากอัตราเงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุน ดังนั้น ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม การลดอัตราเงินสมทบอาจกระทบต่อการรับบำเหน็จฃองผู้ประกันตน เนื่องจากการจ่ายกรณีบำเหน็จ จะคำนาณจากเงินสมทบกรณีชราภาพที่ผู้ประกันตนและนายจ้างสมทบเข้ากองทุน รวมผลประโยชน์ตอบแทน ดังนั้น เมื่อลดอัตราเงินสมทบกรณีชราภาพลง ผู้ประกันตนที่มีสิทธิรับบำเหน็จชราภาพก็จะได้รับเงินบำเหน็จที่ลดลง แต่ด้วยความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงได้มีข้อสั่งการไปยัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนในกรณีดังกล่าวด้วย ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงมอบหมายให้ สปส.พิจารณานำเงินสมทบในส่วนของรัฐบาลที่ได้อุดหนุนเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพเข้ากองทุน มาเพิ่มเงินบำเหน็จให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิในช่วงที่มีการลดเงินสมทบในช่วงดังกล่าว” นางบุปผากล่าว

นางบุปผากล่าวอีกว่า สำหรับเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมนั้น ถึงแม้จะมีการลดเงินสมทบเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและนายจ้าง ขอเรียนว่า สปส.มีการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้มีการเติบโตในระยะยาวเพื่อให้มีเงินกองทุนเพียงพอสำหรับการจ่ายสิทธิประโยชน์ทุกกรณี โดยไม่กระทบเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม และที่ผ่านมา สปส.ได้พิจารณาการลงทุนโดยนักลงทุนมืออาชีพอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ประกันตนที่เป็นเจ้าของเงินกองทุนร่วมกัน และได้มีการเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนของกองทุนฯให้ทราบทั้งรายปี และรายไตรมาส ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th

Advertisement

“โดยการลงทุนมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผลการบริหารกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ดอกผลสะสมจากการลงทุนกว่า 8.34 แสนล้านบาท ขอให้ผู้ประกันตนทุกท่านเชื่อมั่นในเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมว่ามีเพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนในระยะยาวอย่างแน่นอน รวมถึงไม่กระทบกับบำนาญที่จะได้รับในอนาคตด้วย” นางบุปผากล่าว และว่า นโยบายการลดเงินสมทบและเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีบำเหน็จในช่วงที่มีการลดเงินสมทบดังกล่าว จะมีการเสนอต่อคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) พิจารณา โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยเร็ว

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบเงินสะสมกรณีชราภาพได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือ SSO Mobile App : SSO CONNECT และทางไลน์: @SSOTHAI สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ