‘หมอธีระ’ แนะเตรียมระบบให้คำปรึกษาสุขภาพ รองรับลองโควิดพุ่ง

27.03.22 | 19:56 น.

‘หมอธีระ’ แนะเตรียมระบบให้คำปรึกษาสุขภาพ รองรับลองโควิดพุ่ง

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า 27 มีนาคม 2565 แอบทบทวนดูกันหน่อย… เอาแค่ยอด ATK ที่มีในระบบตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2564 จนถึงวันนี้ ตรวจพบผลบวกไปแล้ว 1,391,104 คน(-ครั้ง?) หากรวมยอดติดเชื้อยืนยันสะสมจนถึงวันนี้ 3,529,085 คน รวมหลงจ้งแล้วมีทั้งสิ้น = 3,529,085 + 1,391,104 = 4,920,189 คน
อีกสองวันก็จะทะลุ 5 ล้าน ณ 29 มีนาคม 2565

คาดประมาณ Long COVID…
จำนวนที่เป็นไปได้ 20-40% = 1-2 ล้านคน หักลบสรรพคุณของวัคซีน ลดลงไป 41% (ภายใต้สมมุติฐานว่าวัคซีนเราดีเทียบเท่า mRNA vaccine regimens ที่ต่างประเทศศึกษาผลในการลดโอกาสเกิด Long COVID) ทำให้อาจเหลือ 590,000-1,180,000 คน

แม้บางคนจะอ้างว่า โอกาสเป็นของเราดูจะน้อยกว่าฝรั่ง จะลองลดลงกี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ว่าไป สุดท้ายก็คงเหลือหลายแสนคนที่จะมีโอกาสประสบปัญหา Long COVID ได้เมื่อประเมินเช่นนี้ จะเห็นได้ว่า ระดับประเทศจึงจำเป็นต้องเตรียมระบบสุขภาพเพื่อช่วยให้คำปรึกษา ดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพ ให้แก่ผู้ป่วย Long COVID ที่กำลังจะทยอยพบตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ก็ควรจะถามไถ่ ประเมินสถานะสุขภาพกันอย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย อารมณ์ ภาวะจิตใจ แตกต่างจากอดีต ก็ควรปรึกษาแพทย์ และหมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นระยะ ก็จะช่วยลดความเสี่ยง ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
สำหรับคนอื่นในสังคม การป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เป็นเรื่องที่สำคัญมาก นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระของสังคมอีกด้วย เป็น win-win-win situation

ป.ล.
1.ยังไม่นับที่ตรวจ ATK เป็นบวกแล้วไม่ได้รายงาน ซึ่งอาจจะมีอีกจำนวนมาก

Advertisement

2.แม้จะอ้อมแอ้มอ้างว่าบางส่วน ATK เป็นบวก จะมีจำนวนหนึ่งที่จะไปตรวจยืนยันต่อ จะด้วยตนเอง จะด้วยอาการปานกลางถึงรุนแรงแล้วต้องไป รพ. แต่ด้วยขีดจำกัดของระบบการตรวจ RT-PCR สัดส่วนการทับซ้อนไม่น่าจะเกิน 20-30% และอิทธิพลของข้อ 1 ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมากกว่าหรือเท่ากับสัดส่วนทับซ้อน ดังนั้น การไม่รายงานประจำวันด้วยตัวเลขควบคู่กันของทั้ง RT-PCR และ ATK จึงไม่สมเหตุสมผล และเป็นรายงานที่น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงไปมาก

3.ยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องจำนวนการเสียชีวิตว่าเป็นเช่นไร แต่หากดูสถิติ excess mortality ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา เทียบกับปีก่อนระบาด ก็จะทราบ