ปธ.ขับเคลื่อนกัญชาฯ ระดมกึ๋น เตรียมพร้อมปลดล็อก 9 มิ.ย. ปลูกเพื่อผลิตสินค้า
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ครั้งที่ 22 ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการของกรม กอง และเขตสุขภาพต่างๆ ทั้งนี้ จากการนำเสนอผลการดำเนินงานการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 5 และ 8 ได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่พอสมควร จุดประกายการประกอบธุรกิจกัญชาและกัญชงในพื้นที่อย่างหลากหลาย โดยตนได้เน้นย้ำเรื่องการใช้ภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ขณะที่ การสื่อสารข้อมูล จะต้องขยายช่องทางให้ครอบคลุม ไม่ใช่แค่เพียงออนไลน์ และสนับสนุนให้นำหลักการ social listening หรือการเก็บข้อมูลของผู้บริโภคที่อยู่บนโซเชียลมีเดียมาใช้ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคข่าวสารที่เหมาะสม
ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ในส่วนของความกังวลใจของสังคมต่อการนำกัญชามาใช้ในทางที่ผิด จนเกิดปัญหาเสพติด ทั้งนี้ เราพบว่าแนวโน้มผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องมาจากการปรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับขอให้มีสถาบันรักษาฟื้นฟูยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี กรมการแพทย์ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต ได้ติดตามและทำข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม
“ในวันนี้ที่เราพูดคุยกันกว้างขวาง คือ การผลักดันกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ กับการแพทย์จะไปด้วยกันได้อย่างไร ซึ่งในที่ประชุมเห็นตรงกันว่ากัญชา คือ พืชสมุนไพร การนำมาใช้ประโยชน์ต้องพิจารณา อุปสงค์ หรือ demand ความต้องการทางสุขภาพมาก่อน ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงเร่งดำเนินการในช่วงแรก โดยมีการจัดทำแนวทางการรักษา วิจัยจนมั่นใจว่ามีความต้องการทางสุขภาพแน่นอน จึงขยับมาที่การจัดการที่ต้นทาง คือ การปลูก ดังนั้นสองสิ่งนี้คือเรื่องเดียวกัน” ภก.อนันต์ชัย กล่าว
ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า วันนี้มีนักวิชาการมานำเสนองานวิจัยที่กำลังทำ คือ ใช้สารซีบีดี (CBD) ช่วยให้นอนหลับ หากทำสำเร็จก็จะเพิ่มมูลค่าทางการตลาดมหาศาล เนื่องจากเป็นที่ต้องการของผู้ผู้บริโภค งานวิจัยใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เราเห็นความต้องการใช้กัญชาที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่คนต้องการเกราะคุ้มกันตัวเอง ก็มีนักวิจัยมานำเสนอมูลค่ากัญชาในประเทศ คณะกรรมการฯ ก็ได้ขอให้นักวิจัยไปเพิ่มเติมข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสุขภาพอื่นๆ เพราะช่วง 2 ปีมานี้ งานวิจัยก้าวหน้าไปมาก เราต้องตามให้ทัน สิ่งที่ทาง สธ.จะเร่งดำเนินการตอนนี้ คือ การนำผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน ตั้งแต่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานปลัด สธ. และนักวิจัยมาพูดคุยกันเพื่อกำหนดแนวทางการขึ้นทะเบียนยาและผลิตภัณฑ์จากกัญชาให้ชัดเจน เมื่อถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2565 จะได้ดำเนินการได้ทันที ไม่มีช่องว่างของกฏระเบียบ

