รพ.เอกชนกว่า 100 แห่ง ร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มเขียว สิทธิบัตรทอง-ข้าราชการ

4.04.22 | 12:39 น.
รพ.เอกชนกว่า 100 แห่ง ร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มเขียว สิทธิบัตรทอง-ข้าราชการ

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ให้แยกผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยที่เป็นสีเขียวออกจากสิทธิประโยชน์ยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยให้คงไว้แต่ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเหลืองและสีแดงเท่านั้น ที่สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาล (รพ.) รัฐ และ รพ.เอกชน ที่อยู่ใกล้ได้

“ดังนั้น ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว จึงต้องไปรักษายังสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ที่มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและครอบครัว สปสช.จึงได้เปิดรับสมัคร รพ.เอกชน ที่อยู่นอกระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวได้ โดยขณะนี้มี รพ.เอกชน แจ้งความประสงค์ทำข้อตกลงเพื่อเข้าร่วมให้บริการแล้วกว่า 100 แห่ง” นพ.จะเด็จกล่าว

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า รพ.เอกชนกลุ่มนี้จะให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียว ที่มีอาการดังต่อไปนี้ มีไข้อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รู้รส เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก มีผื่น ถ่ายเหลว ตาแดง โดยผู้ป่วยจะได้รับการคัดกรองเพื่อแยกกลุ่มอาการก่อน หากเข้าเกณฑ์โควิด-19 สีเขียว จะเข้าสู่ระบบการรักษาและดูแล ซึ่ง รพ.เอกชนจะให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเขียว มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2565 โดยครอบคลุมทั้งบริการผู้ป่วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน (เจอ แจก จบ) ตามนโยบาย สธ. และบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation / Community Isolation) และบริการฮอสปิเทล (Hospitel)

“บริการผู้ป่วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน สถานพยาบาลสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาเบื้องต้นแบบเหมาจ่าย 1,000 บาทต่อราย ครอบคลุมบริการให้คำแนะนำแยกกักตัวที่บ้าน ยารักษาโรคโควิด-19 จำนวน 3 สูตร ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร ยารักษาตามอาการ และยาฟาวิพิราเวียร์ (เบิกจาก สธ.) เป็นต้น และการติดตามอาการผู้ป่วยหลังครบ 48 ชั่วโมง รวมถึงการส่งต่อหากผู้ป่วยมีอาการแย่ลง และค่าบริการให้คำปรึกษาแบบเหมาจ่าย 300 บาท สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีการโทรศัพท์กลับมาภายหลัง 48 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะมาจากอาการไม่ดีขึ้น หรือจำเป็นต้องส่งต่อ” นพ.จเด็จกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ นพ.จะเด็จกล่าวว่า ส่วนบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้านและในชุมชน และบริการฮอสปิเทล เป็นการเบิกจ่ายค่าบริการเหมาจ่าย โดยครอบคลุมค่าบริการดูแลผู้ป่วย ทั้งค่าอาหาร 3 มื้อ การประเมินและติดตามอาการ การให้คำปรึกษา นอกจากนี้ ยังมีค่าอุปกรณ์ในการดูแลและติดตามสัญญาณชีพ ค่ายาที่เป็นการรักษาโรคโควิด-19 และค่าเอกซเรย์ปอดกรณีที่มีความจำเป็น โดยกรณีให้บริการรักษาและติดตาม 1-6 วัน เป็นจำนวน 6,000 บาท และกรณีให้บริการรักษาและติดตาม 7 วันขึ้นไป เป็นจำนวน 12,000 บาท

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า นอกจากผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียวสิทธิบัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิ สปสช.สามารถไปใช้บริการได้แล้ว กรมบัญชีกลางยังประกาศให้ผู้ป่วยสิทธิข้าราชการที่เบิกจากกรมบัญชีกลางสามารถไปรักษาได้ที่ รพ.เอกชน กลุ่มนี้ได้ด้วย เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เป็นสิทธิพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ สปสช.บริหารกองทุนนี้อยู่ โดยขณะนี้มี รพ.เอกชน กว่า 100 แห่ง แล้ว ที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมให้บริการ ดังนั้น ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวตามสิทธิรักษาดังกล่าว นอกจากจะเข้ารับบริการรักษาพยาบาลตามสิทธิรักษาแล้ว ยังสามารถเข้ารับบริการได้ที่ รพ.เอกชนที่เข้าร่วมได้

“สธ.คาดการณ์ว่า หลังจากเทศกาลสงกรานต์แนวโน้มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจจะเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ได้รับการคัดกรองตามกลุ่มอาการและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง นอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกและเข้าถึงบริการแล้ว ยังเป็นการช่วยลดความแออัดการรับบริการที่ รพ.รัฐ และแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ภาครัฐได้ด้วย” นพ.จเด็จกล่าว

สำหรับรายชื่อ รพ.เอกชนที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียว สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ สปสช. https://www.nhso.go.th/page/privatehospital_green สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช.1330 หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso