สธ.ยันวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นป้องกันป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มสูงวัย
วันนี้ (8 เมษายน 2565) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงประสิทธิผลของวัคซีนโควิด-19 ที่มีต่อสายพันธุ์โอมิครอน ว่า จากการศึกษาประสิทธิผลวัคซีนโควิด-19 จากการใช้จริงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ระยะที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงใหม่ และคณะทำงานวิชาการศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 พบว่า การฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ไม่ป้องกันการติดเชื้อ แต่ยังป้องกันการเสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 85, ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 34-68 ป้องกันการเสียชีวิตสูง ร้อยละ 98-99 และการฉีดวัคซีน 4 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 80-82 ยังไม่มีผู้ได้รับวัคซีน 4 เข็ม เสียชีวิตจากโควิด-19
นพ.โอภาส กล่าวว่า โดยในกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี พบว่า การฉีดวัคซีน 3 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 43 และการฉีด 4 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 82 สูงกว่ากลุ่มอายุ 18-59 ปี ที่การฉีด 3 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 31 และการฉีด 4 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ร้อยละ 79 ขณะที่การฉีดวัคซีน 3 เข็ม แต่ละสูตร มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้ออยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
“จากผลการศึกษาดังกล่าวมีข้อสรุปว่า ช่วงการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน สูตรการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยยังมีประสิทธิผลในการป้องกันการเสียชีวิตและป่วยรุนแรงได้ดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนั้น ต้องเร่งฉีดเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) เน้นกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ ร่วมกับมาตรการป้องกันส่วนบุคคลและมาตรการทางสาธารณสุขด้วย” นพ.โอภาส กล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้จะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาไปพบครอบครัวหรือเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก ขอย้ำให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม นานเกิน 3 เดือน หรือรับวัคซีน 3 เข็ม นานเกิน 4 เดือน ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นตามกำหนด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ ที่สำคัญคือ ช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตได้ เป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่ทุกคนในครอบครัว และจะช่วยให้หลังเทศกาลสงกรานต์จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก และผู้เสียชีวิต ไม่สูงขึ้นได้

