นายกฯ สั่งช่วย 230 ลูกจ้างเจวีซีเคนวูด หลังนายจ้างญี่ปุ่นปิดกิจการ เร่งหางานใหม่รองรับ

นายกฯ สั่งช่วย 230 ลูกจ้างเจวีซีเคนวูด หลังนายจ้างญี่ปุ่นปิดกิจการ เร่งหางานใหม่รองรับ

วันที่ 10 เมษายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในเพจข่าวสารชลบุรี-ระยองว่า “เจวีซีเคนวูด” บริษัทเครื่องเสียง ปิดกิจการถาวร ย้ายฐานกลับญี่ปุ่น ซึ่งในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์และห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานจากกรณีดังกล่าว จึงสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้มีการช่วยเหลือลูกจ้างโดยการติดตามสิทธิประโยชน์ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายในทันที

จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปทุมธานี บูรณาการลงพื้นที่ไปยังสถานประกอบการเพื่ออำนวยความสะดวกนำภารกิจด้านแรงงานไปให้บริการตามอำนาจหน้าที่แก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง ได้แก่ การสอบถามความต้องการด้านการสมัครงานใหม่ตามความถนัดและใกล้เคียงกับงานเดิม เตรียมตำแหน่งงานว่างในละแวกเดียวกันรองรับ การให้บริการด้านการฝึกทักษะฝีมือแรงงานตามความต้องการ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

นายสุชาติกล่าวว่า จากการรายงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ากรณีบริษัท เจวีซีเคนวูด อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสถานประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ตั้งอยู่เลขที่ 107 หมู่ 18 นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีลูกจ้างทั้งหมด 230 คน ชาย 72 คน หญิง 158 คน

ได้ประกาศปิดกิจการถาวรและย้ายฐานการผลิตกลับไปประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ถือหุ้นเป็นชาวญี่ปุ่น โดยบริษัทได้เรียกประชุมพนักงานทุกคนเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เพื่อประกาศให้ทราบความจำเป็นที่ต้องปิดกิจการ เนื่องจากประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและนโยบายของบริษัทแม่ ซึ่งพนักงานทุกคนรับทราบและให้ความยินยอมกับบริษัทฯแล้ว โดยวันที่ 31 มีนาคม 2565 จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของพนักงานในฝ่ายผลิตและพนักงานสำนักงานที่ไม่ต้องอยู่ชำระสะสางงานคงค้าง เพื่อการปิดกิจการให้เรียบร้อย จำนวน 133 คน คงเหลือ 94 คน ส่วนวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของพนักงานทุกคนที่อยู่ชำระสะสางงานคงค้าง

ในส่วนผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับจากการเลิกจ้าง ได้แก่ ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด เงินทดแทนค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ เงินช่วยเหลิอพิเศษ ซึ่งจะจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษตามที่บริษัทฯกำหนด และบริษัทได้จ่ายโบนัสให้กับพนักงานในเดือนธันวาคม อัตรา 2.8

ทั้งนี้ พนักงานตรวจแรงงานได้ดำเนินการประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปทุมธานี และภาครัฐ เอกชน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเข้าช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ด้วยแล้ว

“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงพี่น้องผู้ใช้แรงงานและสั่งให้กระทรวงแรงงานลงพื้นที่ติดตามนำภารกิจด้านแรงงานเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ลูกจ้างได้งานใหม่และได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย กระทรวงแรงงานเองได้ให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการกันลงพื้นที่เพื่อดูแลลูกจ้างให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยานอกเหนือจากสถานประกอบการแล้ว รัฐบาลและกระทรวงแรงงานเองก็เข้าไปอำนวยความสะดวกบริการด้านแรงงานให้แก่ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองตามกฎหมายต่อไป” นายสุชาติกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon