กทม.เตรียมพร้อมรับมือฝุ่น PM2.5 เปิดคลินิก 5 รพ.ให้คำปรึกษาผู้ได้รับผลกระทบ
วันนี้ (11 เมษายน) นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า กทม.ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักงานเขต และหน่วยงานภายนอก จัดเตรียมหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่สูงจนมีผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยเหลือและให้ความรู้ประชาชน รวมทั้งทำการล้างทำความสะอาด ดูดฝุ่นถนน ฉีดล้างต้นไม้ในพื้นที่ที่คาดว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จะสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด พร้อมทั้งแนะนำการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงให้คำแนะนำการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องแก่ประชาชน

นายขจิตกล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้เตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงวิกฤต รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาโรค จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ เตรียมหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน พร้อมรายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละออง ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง เพื่อปฏิบัติการออกช่วยเหลือผู้ป่วยยามจำเป็น หากมีการรายงานค่าฝุ่นในพื้นที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีมาตรการ ดังนี้
1.ฉีดพ่นละอองน้ำจากสปริงเกลอร์บนชั้นดาดฟ้าของตึก ที่ได้ดำเนินการติดตั้งไว้แล้ว เพื่อลดภาวะฝุ่นละอองในบริเวณพื้นที่โรงพยาบาล (รพ.)
2.พร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีฝุ่นละออง PM2.5 เกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)
3.สั่งการให้ รพ.ในสังกัด กทม.เปิดคลินิกมลพิษทางอากาศที่ รพ.ตากสิน โทร 0-2437-0123 (วันจันทร์และวันพฤหัสบดี เวลา 08.00-12.00 น.) รพ.กลาง โทร 0-2225-1354 (วันพฤหัสบดี เวลา 13.00-15.30 น.) รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ โทร 0-2289-7198 (วันพุธ เวลา 13.00-15.30 น.) รพ.สิรินธร โทร 0-2328-6900 (วันอังคาร เวลา 13.00-15.30 น.) และ รพ.ราชพิพัฒน์ โทร 0-2444-0163 ต่อ 8946 (วันอังคาร เวลา 08.00-16.00 น.) เพื่อให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ให้บริการตรวจรักษาลดความรุนแรงของอาการที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก
“รวมทั้งจัดห้องปลอดฝุ่น พัดลม และแผ่นกรองอากาศ เพื่อจัดทำพื้นที่ปลอดฝุ่น (Safe Zone) ภายในศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่นมแม่ของ รพ.ในสังกัด กทม. พร้อมประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเลี่ยงพื้นที่ฝุ่นสูง (สีแดง) หรือลดระยะเวลาออกนอกอาคารให้น้อยที่สุด หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และงดการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมทั้งปิดประตูหน้าต่างให้สนิท หรืออยู่ในห้องปลอดฝุ่นและสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง หรือมีอาการผิดปกติทางร่างกายอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หรือปรึกษาเรื่องสุขภาพ โทรฮอตไลน์ 1646 สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง” นายขจิตกล่าว

นอกจากนี้ ปลัด กทม.กล่าวว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2565 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และยกระดับมาตรการตามความเข้มข้นของค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด โดยดำเนินการล้างทำความสะอาด ดูดฝุ่นถนน ฉีดล้างต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเพิ่มความถี่ในพื้นที่ที่คาดว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จะสูงเกินมาตรฐาน ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพฯ กำหนดจัดประชุมเพื่อติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามแผนฯ วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
“รวมทั้งเตรียมจัดทำแผนการดำเนินงานของปี 2566 ซึ่งจะได้มีการประกาศแผนฯ ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ พร้อมประสานส่งแผนฯให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผน เป็นการเตรียมพร้อมในการติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันการเกิดฝุ่น อีกทั้งเป็นการเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนรองรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงวิกฤต ซึ่ง กทม.มีช่องทางการแจ้งเตือนการคาดการณ์และสถานการณ์ฝุ่นละอองให้ประชาชนรับทราบแบบเรียลไทม์ พร้อมรายงานข้อมูลและให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วย เว็บไซต์ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com www.prbangkok.com เฟซบุ๊ก กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, เพจเฟซบุ๊ก สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ แอพพลิเคชั่น AirBKK รวมถึงจอแสดงผลบริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จอแสดงผลแบบเคลื่อนที่ และจอป้ายจราจรอัจฉริยะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากพบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานต่อเนื่องจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงและงดการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมแนะนำการปฏิบัติหากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง” นายขจิตกล่าว

