สธ.ชี้ โควิดไทยอยู่ระดับสีเหลือง ลุ้น! หลังเทศกาลสงกรานต์ หย่อนมาตรการอาจติดเชื้อพุ่งวันละแสนราย

12.04.22 | 13:26 น.

สธ.ชี้ โควิดไทยอยู่ระดับสีเหลือง ลุ้น! หลังเทศกาลสงกรานต์ หย่อนมาตรการอาจติดเชื้อพุ่งวันละแสนราย

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงคาดการณ์สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นช้าๆ ต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบทั้งหมด 97% เป็นกลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น มะเร็ง ไตเรื้อรัง โรคอ้วน หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งระยะหลังพบว่าผู้ป่วยติดเตียงเสียชีวิตมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับปัจจัยการรับวัคซีนโควิดที่พบว่า 94% ของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ทั้งนี้ ข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการฉีดวัคซีนจริงพบว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 ลดการเสียชีวิตลงได้ 31 เท่า จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ลดการเสียชีวิตลง สธ.มีนโยบายช่วงสงกรานต์ ลูกหลานที่กลับบ้านให้พาผู้สูงอายุไปรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งได้มีการกระจายวัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้าให้ไปถึงระดับ รพ.สต.แล้ว


นพ.โอภาสกล่าวว่า การคาดการณ์สถานการณ์โควิดซึ่งจะทำเป็นเส้นกราฟ 3 สีคือ สีเขียว ระดับดีที่สุด สีเหลือง สถานการณ์ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น และสีแดง ระดับเลวร้ายที่สุด ขณะนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่หากนับจากที่ยืนยันด้วยวิธี RT-PCR จะอยู่ระดับเส้นสีเขียว แต่ข้อมูลผู้ป่วยปอดอักเสบอยู่ระหว่างเส้นสีเขียวและเหลือง และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ระดับเกินสีเหลือง และผู้เสียชีวิต อยู่ระดับใกล้เส้นสีเหลือง

“ภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้พบว่าอยู่ระดับใกล้เส้นสีเหลือง โดยความร่วมมือของประชาชนยังอยู่ระดับที่ดี หากคงมาตรการไว้ได้ก็จะสามารถคุมการระบาดต่อเนื่องได้จนถึงสงกรานต์ จากนั้นหากสงกรานต์มีการหย่อนยานมาตรการอาจมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นได้ ช่วงสงกรานต์จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญในการรับมือการระบาด” นพ.โอภาสกล่าว

Advertisement

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า สธ.ขอความร่วมมือประชาชน โดยก่อนเดินทางให้ Self-Clean Up ตัวเอง งดกิจกรรมเสี่ยงอย่างน้อย 7 วัน ตรวจ ATK และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ช่วงระหว่างงานสงกรานต์ 2565 มีข้อปฏิบัติคือ 1.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรม 2.ล้างมือบ่อยๆ 3.เว้นระยะห่างเมื่อไปในที่มีคนหนาแน่น เช่น วัด ตลาด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า 4.งดกิจกรรมการสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกัน 5.เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน และ 6.ผู้สูงอายุควรได้รับวัคซีนให้ครบก่อนร่วมกิจกรรม

ข้อปฏิบัติหลังกลับจากเทศกาลสงกรานต์ 1.สังเกตอาการตนเอง 7 วัน หากมีอาการสงสัยติดเชื้อให้ทำการตรวจ ATK 2.หลีกเลี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก หากต้องพบผู้อื่นให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และ 3.สามารถทำงานจากที่บ้าน (work from home) ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการ เนื่องจาก การติดเชื้อในสายพันธุ์โอมิครอนพบว่ามีการติดเชื้อที่ทำงานนำไปสู่การติดเชื้อครอบครัว และนำมาสู่การติดเชื้อที่ทำงานหรือกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกันเป็นวงจรแบบนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อกลับบ้านแล้วกลับมาทำงานจึงมีโอกาสนำเชื้อกลับมาแพร่ที่ทำงานได้ด้วย

 

ทั้งนี้ นพ.โอภาสกล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะต้องป้องกันใน 2 เรื่องคือ 1.ป้องกันด้วยการดำเนินการ 3 ขั้นตอนคือ self-clean up ตัวเอง ทำมาตรการ 2U ด้วยการ Universal Prevention ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด และ Universal Vaccination การรับวัคซีนตามกำหนด และ 2.ป้องกันอุบัติเหตุจราจรโดยมาตรการ 3 ม. คือไม่เมา สวมหมวก และใส่แมสก์ และเกราะป้องกัน 3 ด่านคือ ด่านตนเอง ด่านครอบครัว และด่านชุมชน

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า โดยสรุปสถานการณ์โควิดและข้อแนะนำคือ 1.สถานการณ์โควิดทั่วโลก แนวโน้มพบผู้ติดเชื้อในทวีปแถบเอเชีย และอาเซียนเพิ่มขึ้นในบางประเทศ เช่นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ขณะที่ยุโรปบางประเทศเริ่มมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยอาการหนักที่กำลังรักษาเพิ่มขึ้นและพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อจากการสัมผัสคนใกล้ชิดในครอบครัว คนที่รู้จัก ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รับประทานอาหาร ดื่มสุราด้วยกันระยะเวลานานทั้งในงานเลี้ยง ที่บ้าน ที่ทำงาน ในร้านอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การติดเชื้อโควิดหลังสงกรานต์ตามการคาดการณ์ 3 เส้นกราฟ ระบุว่า ในวันที่ 19 เม.ย. จะพบการติดเชื้อสูงที่สุด โดยหากเป็นสีเส้นแดงที่เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจะพบผู้ติดเชื้อถึงวันละ 1 แสนราย ขณะที่เส้นสีเหลือง ที่คาดว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ในระดับการติดเชื้อ 50,000 ราย และเส้นสีเขียว สถานการณ์ดีที่สุด จะพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 2-3 หมื่นราย ขณะที่การคาดการณ์ผู้เสียชีวิต ระบุว่า หากอยู่ในเส้นสีแดงที่เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุด จะมีผู้เสียชีวิตรายใหม่สูงถึง 250 ราย โดยเส้นสีเหลือง จะเฉลี่ยวันละ 140-150 ราย และสีเส้นเขียว เสียชีวิตรายใหม่วันละ 60-70 ราย