ไม่ชัด! เด็กแรกเกิดอวัยวะเล็ก สธ.เร่งศึกษาหญิงท้องติดโควิด
เมื่อวันที่ 13 เมษายน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มเด็กเล็กว่า ขณะนี้สถานการณ์ติดเชื้อในเด็กเล็ก เมื่อเทียบอัตรากับกลุ่มอื่นๆ พบว่าไม่แตกต่างกัน แต่ที่ต่างคือ ในกลุ่มเด็กเล็กการเสียชีวิตค่อนข้างต่ำกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยเด็กเล็กที่เสียชีวิต ส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคทางสมอง ฯลฯ ดังนั้น การฉีดวัคซีนเด็กจึงแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.ฉีดที่โรงเรียน ที่มีระบบอยู่แล้ว ฉีดได้เร็ว และ 2.การฉีดในโรงพยาบาล (รพ.) จะเป็นของเด็กที่มีโรคประจำตัว มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตาม หากเด็กที่ไม่สะดวกไปฉีดในโรงเรียน สามารถติดต่อแพทย์เพื่อขอฉีดใน รพ.ได้เป็นรายๆ ไป
นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบวอล์กอิน (Walk in) ในช่วงสงกรานต์นั้น ขอให้เป็นการฉีดในกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ขอให้ใช้การฉีดในโรงเรียน หรือใน รพ.ตามระบบเท่านั้น
“เพราะวัคซีนเด็กจะเป็นแบบเฉพาะ อย่างเช่น ไฟเซอร์ 1 ขวด ฉีดได้ 6 คน ฉะนั้น ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยฉีด ประกอบกับความจำเป็นของเด็กรายนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนเด็ก มีผลกับการป้องกันการติดเชื้อในคนกลุ่มอื่นๆ ด้วย แม้ว่าวัคซีนจะไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ป้องกันได้ส่วนหนึ่ง โดยให้ใช้ร่วมกับมาตรการอื่นๆ เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือ โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาด ก็เชื่อว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรง หรือลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลงได้ ซึ่งจะสะท้อนไปที่ตัวเลขผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตได้ ดังนั้น เราต้องใช้หลายๆ มาตรการรวมกัน” นพ.โอภาสกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ที่พบว่า เมื่อคลอดลูกออกมา เด็กมีภาวะอวัยวะเล็ก เช่น ปอด หัวใจ ฯลฯ นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการโดยวิทยาศาสตร์ แต่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะมีข้อมูลออกในเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องดูในข้อมูลแต่ละบุคคลด้วย เช่น คลอดก่อนกำหนดหรือไม่ แต่มีข้อสังเกตว่า ช่วงการระบาดของเชื้อโอมิครอน อัตราเสียชีวิตในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเสียชีวิตน้อยกว่าเชื้อเดลต้า ก็มาจากสาเหตุว่า ช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมาแล้ว ทั้งนี้ ก็จะมีการศึกษาข้อมูลผลกระทบของการติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ในระยะกลาง ระยะยาว ด้วย

