สูงวัยบูสต์วัคซีนโควิดยังไม่ถึงครึ่ง สธ.เร่งรณรงค์เข็มไปหาแขน เป้า 80%

19.04.22 | 16:12 น.
สูงวัยบูสต์วัคซีนโควิดยังไม่ถึงครึ่ง สธ.เร่งรณรงค์เข็มไปหาแขน เป้า 80%

วันนี้ (19 เมษายน 2565) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สธ.ได้รณรงค์ให้ลูกหลานที่เดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์พาผู้สูงอายุไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน โดยกระจายวัคซีนโควิด-19 ไปถึงระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ เพื่อให้มารับวัคซีนใกล้บ้านได้สะดวก

“ส่วนยอดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเฉลี่ย 6 หมื่นโดสต่อวัน นั้น เป็นจำนวนการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาล (รพ.) ยังไม่รวมการฉีดจาก รพ.สต. ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการรายงานเข้าระบบ ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า การใช้กลไก รพ.สต.เพื่อส่งเสริมการฉีดวัคซีนช่วงสงกรานต์ ทำให้มีผู้เข้ามารับวัคซีนจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังไม่ยอมเข้ารับการฉีดวัคซีน เนื่องจากเดินทางลำบากหรือไม่มีคนพาไป ก็ได้ลูกหลานพามาฉีดใกล้บ้าน รวมถึงบางจังหวัดยังมีการใช้กลยุทธ์พาเข็มไปหาแขน ส่วนข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียงก็ได้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจ ทำให้ยินยอมมารับวัคซีนมากขึ้น โดยจำนวนการฉีดจาก รพ.สต.จะทยอยรายงานเข้าระบบและจะได้ผลสรุปเร็วๆ นี้” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ปลัด สธ.กล่าวว่า ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์อาจมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มเสี่ยง 607 คือ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ จึงต้องช่วยกันเข้มมาตรการทำตนเองให้ปลอดเชื้อ (Self Clean Up) ด้วยการทำงานที่บ้าน 7 วัน ตรวจ ATK ก่อนกลับเข้าทำงาน และใช้มาตรการ 2U คือ Universal Prevention ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ลดการรวมตัวรับประทานอาหารภายในบ้าน โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์นี้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อไปยังผู้สูงอายุในบ้าน และ Universal Vaccination โดยขอความร่วมมือประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยังมีความครอบคลุมประมาณ ร้อยละ 36 เฉพาะผู้สูงอายุฉีดเข็มกระตุ้นครอบคลุม ร้อยละ 39.4 ซึ่งตามเป้าหมายต้องการให้ได้ประมาณร้อยละ 80 เพื่อลดอัตราการติดเชื้อ ลดความรุนแรงและการเสียชีวิต