‘อนุทิน’ รับวัคซีนโคโวแว็กซ์ ล็อตบริจาค 2 แสนโดส เตรียมกระจายฉีดกลุ่มไม่เคยรับ-แพ้ชนิดอื่น

21.04.22 | 12:18 น.

‘อนุทิน’ รับวัคซีนโคโวแว็กซ์ ล็อตบริจาค 2 แสนโดส เตรียมกระจายฉีดกลุ่มไม่เคยรับ-แพ้ชนิดอื่น ชี้ปลอดภัยสูง แต่ยังต้องเก็บข้อมูลฉีดจริงในไทย

วันนี้ (21 เมษายน 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีรับมอบวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับบริจาคจากประเทศอินเดีย โดยมีนางสุจิตรา ทุไร เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนส่งมอบ พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาสการย์กวินพงศ์ และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมด้วย


นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อบริจาควัคซีนโควิด-19 ของบริษัท COVOVAX หรือ VACCINE FOR HUMAN MEDICINE – SINGLE VACCINE COVOVAX (SARS-COV-2 RS NANOPARTICLE VACCINE RECOMBINANT) จำนวน 2 แสนโดส มูลค่า 60 ล้านรูปี ภายใต้การสนับสนุนของจตุภาคีด้านความมั่นคง หรือ QUAD (Quadrilateral Security Dialogue) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ในการเร่งรัดสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนด้วยวัคซีน เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย). เพื่อใช้ในผู้อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป โดยวันนี้ผู้ผลิตเตรียมยื่นเอกสารเพื่อขยายกลุ่มอายุใช้ในผู้อายุ 12 ปี วัคซีนล็อตบริจาคนี้จัดส่งเข้ามาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการตรวจรับวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ระหว่างการตรวจรับรองรุ่นการผลิต เมื่อแล้วเสร็จจะดำเนินการกระจายและนำไปใช้ต่อไป

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับวัคซีนโคโวแว็กซ์ เป็นวัคซีนตัวใหม่ในไทยแต่ไม่ใช่ของใหม่ในโลก เพราะต่างประเทศเริ่มอนุมัติให้ฉีดตั้งแต่กลางปี 2564 ที่ผ่านมา ข้อมูลประสิทธิผลจึงเป็นการฉีดช่วงเดลต้าระบาด พบว่าสูงถึงร้อยละ 90 และลดอัตราความรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างดี วัคซีนโคโวแว็กซ์เก็บในอุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ในตู้แช่ปกติ เบื้องต้นจะฉีดตามข้อมูลที่ผู้ผลิตได้ขออนุญาตกับ อย.ไทย คือกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ห่างกัน 3 สัปดาห์ และฉีดที่ผู้ที่แพ้วัคซีนชนิดอื่นๆ

Advertisement

ขณะเดียวกัน ข้อมูลการฉีดเป็นบูสเตอร์โดส ก็เริ่มมีข้อมูลมากขึ้น เช่น ผู้ที่รับไฟเซอร์ 2 เข็มแล้วใช้โคโวแว็กซ์ เป็นบูสเตอร์โดส แต่ต้องรอข้อมูลเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาก่อน ฉะนั้น การฉีดจะไม่ใช่การกระจายแล้วฉีดทันที แต่จะเป็นการฉีดแบบเก็บข้อมูล โดยผู้ที่ยังไม่เคยรับวัคซีนแล้วอยากฉีดโคโวแว็กซ์ ให้ติดตามข้อมูลว่าจะมีการเปิดในหน่วยบริการใด แต่เบื้องต้นจะมีการกระจายไปยังสถานพยาบาลใหญ่ที่มีระบบการติดตามผลหลังฉีด เพราะเราต้องเก็บข้อมูลประสิทธิผล และผลข้างเคียง ซึ่งจะเหมือนวัคซีนตัวก่อนๆ ที่เราฉีดกันมา

ผู้สื่อข่าวถามถึงอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโคโวแว็กซ์ นพ.โสภณ กล่าวว่า วัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต เคยมีใช้สำหรับเป็นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี มีความปลอดภัย สามารถฉีดในเด็กเล็กได้ แสดงให้เห็นว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ข้อมูลการศึกษาโคโวแว็กซ์พบว่าหลังฉีดจะมีอาการไข้ ปวดเหนื่อยปวดตัว แต่ด้วยการศึกษายังมีไม่มาก ประกอบกับกายภาพคนไทยก็ต่างจากประเทศอื่น เช่นบางอาการเราพบน้อยกว่า ดังนั้น จึงต้องติดตามข้อมูลหลังฉีดจริง