ข่าวดี โควิดขาลงชัดเจน อว.ยันยอดผู้ป่วยใน รพ.สนามต่ำกว่า 1,000 คนแล้ว แถมมีแนวโน้มลดลง

27.04.22 | 10:15 น.

ข่าวดีโควิดขาลงชัดเจน อว.ยัน ยอดผู้ป่วยใน รพ.สนามต่ำกว่า 1,000 คนแล้ว แถมมีแนวโน้มลดลง จากผู้ป่วยสูงสุดเดือน ก.พ.-มี.ค.65 จำนวน 2,286 คน เหลือแค่ 981 คน อาการไม่รุนแรง เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุองค์การอนามัยโลกยกย่องไทยเป็นประเทศต้นแบบนำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข พร้อมขอบคุณความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน


เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทยดีขึ้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญได้ผ่านช่วงรุนแรงของการระบาดโดยสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว จากการติดตามยอดผู้ติดเชื้อที่รับเข้ารักษาหรือสังเกตอาการในโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยในความดูแลของ อว. มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจนถึงวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนลดลงต่ำกว่า 1,000 คนเป็นครั้งแรกหลังการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อว. โดยมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เปิดโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย (Community Isolation) เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อตั้งแต่เดือน เม.ย.64 รวม 73 แห่ง ใน 49 จังหวัด มีจำนวนเตียงรวม 12,338 เตียง ได้ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วถึง 117,332 คน ซึ่งในช่วงที่หนักที่สุดคือเดือน ก.ค.-ส.ค. 64 จากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า มีผู้ติดเชื้อใน รพ.สนาม ถึง 8,175 คน แล้วลดจำนวนลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ต่อมาในช่วงต้นปี 2565 เกิดการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน มีผู้ติดเชื้อวันละเป็นหมื่นคน แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้ มีผู้เข้ามาในโรงพยาบาลสนามไม่มากนัก

โดยจุดสูงสุดอยู่ที่ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.65 มีผู้ติดเชื้ออยู่ใน รพ.สนาม จำนวน 2,286 คน หรือน้อยกว่าจุดสูงสุดในช่วงสายพันธุ์เดลต้าถึง 3.5 เท่า และในวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ที่อยู่ใน รพ.สนามเหลือเพียง 981 คน และมีแนวโน้มลดลงอีก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อในช่วงนี้อาการไม่รุนแรง มีจำนวนเตียงเหลือเพียงพอ และประเทศไทยยังมีความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุข ที่จะสามารถดูแลผู้ป่วยจำนวนมากได้หากสถานการณ์เปลี่ยนไปหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

Advertisement

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งข่าวดี ที่องค์การอนามัยโลกได้ยกย่องไทยเป็นประเทศต้นแบบประเทศที่ 3 นำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข พร้อมขอบคุณความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ความร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการร่วมดูแลสถานการณ์โควิด-19 อย่างได้ผล เช่น การร่วมเปิดโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เป็นหนึ่งในตัวอย่างของแนวปฏิบัติที่ดีในการรองรับภาวะวิกฤต โดยเป็นผลจากความร่วมมือกันในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม” ปลัด อว.กล่าว