นักวิชาการชงว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกนโยบายภาษียาสูบ ชี้ 20 ปี สูญกว่า 1.6 หมื่นล้าน
วันนี้ (28 เมษายน 2565) รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น หรือภาษียาสูบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่ได้ดำเนินการจัดเก็บหลังกฎหมายให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึง กทม.จัดเก็บได้ตั้งแต่ปี 2542 ว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 25 (5) “ภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับยาสูบซึ่งเก็บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์” ทั้งที่ อบจ.ทั่วประเทศได้มีการจัดเก็บแล้วตั้งแต่ปี 2546 ในอัตราซองละ 1.86 บาท
รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวว่า การเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นตามสิทธิที่ กทม. พึงจะได้รับ จะทำให้ กทม. มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 720 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน กทม.ต้องขาดรายได้ส่วนนี้ไปถึงประมาณ 16,000 ล้านบาท นอกจากนี้ การที่ กทม.ไม่จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น ฝ่ายที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือบริษัทบุหรี่ที่ไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ และยังทำให้เกิดช่องว่างให้บริษัทบุหรี่จะนำสินค้ามาพักในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะไม่ถูกเก็บภาษี ก่อนที่ร้านค้าในกรุงเทพฯ จะกระจายสินค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงเพื่อนำขายต่อไป ทำให้รัฐต้องสูญรายได้ และ อบจ. ทั่วประเทศ ก็จะเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีการจัดเก็บภาษียาสูบหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2548 ที่มีการเสนอร่างฯ แก้ไขระเบียบบริหารราชการ กทม. เพื่อให้ กทม. สามารถออกข้อบัญญัติให้จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นได้ ไปยังกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
“จึงฝากไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กำหนดเป็นนโยบายว่า หากได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อนำเงินรายได้ส่วนที่พึงได้นี้ ตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ แก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และการบริการสาธารณสุข ผมจะส่งจดหมายพร้อมข้อเสนอแนะเรื่องนี้ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน และหลังจากทราบผลการเลือกตั้งแล้ว เครือข่ายควบคุมยาสูบจะขอเข้าพบกับผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เพื่อหารือการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

