ผลวิจัยชี้คนกินผัก ผลไม้ ธัญพืช เสี่ยงติดเชื้อโควิดลด 9% แถมอาการเบาลงมาก
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.สายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย แถลงว่า จากการติดตามภาวะโภชนาการในช่วงปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นความสำคัญของรูปแบบการกินอาหารต่อความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคโควิด-19 มากขึ้น อย่างในปี 2564 ผลการศึกษาของทีมวิจัยฮาร์เวิร์ด และคิงส์ คอลเลจ ในประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ได้มีการติดตามคนอายุ 18 ปี จำนวน 592,571 คน พบว่า คนที่มีรูปแบบการกินอาหารที่มีผัก ผลไม้ ธัญพืช เป็นส่วนประกอบใหญ่ในมื้อหลักของอาหารจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงร้อยละ 9 และอาการรุนแรงจากการติดเชื้อลดลงร้อยละ 41 รวมถึงพบว่า ผู้ที่มีกินอาหารที่มีพืชผัก ผลไม้ ธัญพืชเป็นหลัก ลดบริโภคเนื้อแดง และอาหารแปรรูป ความเสี่ยงที่จะมีอาการโควิด-19 ปานกลางถึงรุนแรงลดลงร้อยละ 73

พญ.สายพิณกล่าวว่า การกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีความสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก ที่มีคำแนะนำล่าสุดเมื่อปี 2563 ว่า 1.กินอาหารให้หลากหลาย ผักและผลไม้ทุกวัน ควรรับประทานธัญพืชเต็มเมล็ด กินโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เลือกชนิดไม่ติดมัน กินปลา ไข่ และนม 2.ลดการบริโภคเกลือ ควรได้รับไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ใช้เกลือไอโอดีน จำกัดการบริโภคน้ำตาล จำกัดการบริโภคของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้และเครื่องดื่มน้ำผลไม้ 3.กินไขมันและน้ำมันในปริมาณปานกลาง เลือกแหล่งอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน 4.เลี่ยงการกินอาหารแปรรูป หรือเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งจะมีปริมาณไขมันและเกลือที่สูง และดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหารครบถ้วน ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว” พญ.สายพิณกล่าว และว่า สำหรับ 10 อาหารบำรุงปอด ได้แก่ 1.ขิง ช่วยต้านการอักเสบ 2.พริกหวาน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ 3.แอปเปิล มีใยอาหาร วิตามินซี 4.ฟักทอง มีสารอาหารบำรุงปอด 5.ขมิ้นชัน สารเคอร์คูมิน ดีต่อปอด 6.มะเขือเทศ ช่วยลดการอักเสบ 7.ธัญพืช มีเส้นใยสูง ดีต่อปอด 8.น้ำมันมะกอก ป้องกันโรคทางเดินหายใจ 9.หอยนางรม มีแร่ธาตุที่ดีต่อปอด และ 10.เบอร์รี่ ต้านอนุมูลอิสระได้ดี

ด้าน นพ.อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กล่าวว่า ต้องกระตุ้นให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย และออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ สำหรับคนที่นั่งทั้งวัน 8 ชั่วโมง ต้องขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ไปไหนมาไหนลดการใช้รถส่วนตัว ส่งเสริมให้มีการเดินและขี่จักรยานมากขึ้น โดยองค์การอนามัยโลก แนะนำให้มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาทีต่อวัน
“แปลว่า การเคลื่อนไหวร่างกายให้มีการเหนื่อย หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจเพิ่มขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยค ทั้งการเดิน การวิ่ง รวมถึง การสร้างกล้ามเนื้อ ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทั้งการยกน้ำหนัก การซิตอัพ เป็นต้น ส่วนผู้สูงอายุ ควรฝึกการทรงตัว เช่น เต้นแอโรบิก และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับสุขอนามัยที่สำคัญอีกเรื่องในวิถีชีวิต 8 ชั่วโมงต่อวัน คือ การนอน” นพ.อุดมกล่าว และว่า ทั้งนี้ หลัก 10 ประการเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดี คือ 1.เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ 2.รับแสงแดดตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาที 3.ไม่ควรนอนในเวลากลางวัน หากงีบหลับไม่ควรเกิน 30 นาที 4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 5.หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและอาหารมื้อดึก 4 ชั่วโมงก่อนอน 6.งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 4 ชั่วโมงก่อนนอน 7.นอนเตียงนอนที่สบาย 8.ผ่อนคลายลดความวิตกกังวล 9.ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอนเท่านั้น ไม่ควรเล่นโทรศัพท์มือถือ และ 10.หากไม่หลับใน 30 นาที ควรลุกไปทำกิจกรรมอื่นแล้วกลับมานอนใหม่

