เครือข่ายแพทย์หนุนห้ามนำเข้า-ขายบุหรี่ไฟฟ้า จี้นายกฯสกัดกลุ่มธุรกิจจ้องล้ม กม.คุมยาสูบ

1.05.22 | 14:26 น.
เครือข่ายแพทย์หนุนห้ามนำเข้า-ขายบุหรี่ไฟฟ้า จี้นายกฯสกัดกลุ่มธุรกิจจ้องล้ม กม.คุมยาสูบ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคน เพื่อให้ข้อมูลสนับสนุนการห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีใจความสำคัญคือ ขณะนี้มีบทเรียนจากหลายประเทศที่ไม่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ต้องประสบปัญหาอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง จนเป็นสาเหตุให้ประเทศต่างๆ ออกกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันตามรายงานขององค์การอนามัยโลก มีประเทศที่ห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว จำนวน 32 ประเทศ

“ขอชื่นชม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนที่เลือกข้างสุขภาพ โดยไม่สนับสนุนการเปิดตลาดบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ สังคมไทยจะก้าวไปสู่สังคมปลอดบุหรี่ไม่ได้เลย ถ้าอนุญาตให้มีการเปิดตลาดบุหรี่ไฟฟ้า เพราะบุหรี่ไฟฟ้าแท้จริงก็คือบุหรี่รูปแบบหนึ่ง” ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าว

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีเครือข่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมยาสูบ กำลังล็อบบี้และส่งเสียงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ผ่านนักการเมือง รัฐมนตรี รวมทั้งกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายห้ามขาย ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า

“ซึ่งการล็อบบี้ก็เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจทั้งสิ้น และคนกลุ่มนี้ยังบิดเบือนข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และรัฐบาลสามารถที่จะควบคุมได้โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน จึงอยากฝากไปที่นายกฯ ให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายเร่งปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สังคม อยากให้นายกฯ และ ครม.เห็นแก่ประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนทุกคนมากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมยาสูบ” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าว

ขณะที่ ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ประธานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ลงนามเป็นภาคีตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกตั้งแต่ปี 2547 ดังนั้น อนุสัญญาฯ นี้จึงผูกพันการทำงานของหน่วยงานรัฐทุกฝ่ายทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ การวิ่งเต้นเพื่อล้มล้างกฎหมายห้ามขาย ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าของอุตสาหกรรมยาสูบ ผ่านทางที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ จึงถือว่าขัดต่อพันธกรณี ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ในมาตรา 5.3 เรื่องการป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบ ซึ่งห้ามอุตสาหกรรมยาสูบและผู้ที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมยาสูบ มีส่วนร่วมต่อการกำหนดกฎหมาย หรือดำเนินการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

Advertisement