กทม.เผยผู้มีสิทธิเลือกผู้ว่าฯ กว่า 4 หมื่นคน ไม่มีสิทธิลงคะแนน ส.ก.
วันนี้ (8 พฤษภาคม 2565) นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง (จพง.ปน.) ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ณ โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่า วันนี้ได้เน้นย้ำเรื่องบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการเลือกตั้งทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พร้อมกัน จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการจ่ายบัตรเลือกตั้งให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะบางคนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เพียงอย่างเดียว ขอให้ตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนจ่ายบัตรเลือกตั้งให้ผู้มาใช้สิทธิ รวมถึงให้มีการทำสัญลักษณ์ที่หีบรับบัตรเลือกตั้งแยกสีให้ชัดเจนและเห็นง่ายเพื่อป้องกันการหย่อนบัตรลงหีบรับบัตรลงคะแนนผิดหีบ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจะส่งผลถึงการเลือกตั้งได้

“ซึ่ง กทม.ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุสุดวิสัยต่างๆ ในวันเลือกตั้งไว้แล้ว รวมถึงได้เตรียมแผนรองรับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ด้วย พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้มีการแยกโทนเสียงของคนที่นับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ก.ให้แตกต่างกันและชัดเจน เพราะว่าจะมีการนับคะแนนไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันความสับสนในการรวมคะแนน” นายขจิตกล่าว และว่า นอกจากนี้ กทม.ได้ส่งจดหมายแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ประชาชนทราบทุกบ้านแล้ว ขอให้ประชาชนได้ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนและสมาชิกในบ้านว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีชื่อเกินมา หรือรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งตกหล่นให้รีบแจ้งเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ณ สำนักงานเขตพื้นที่ ภายในวันที่ 11 พฤษภาคม 2565
ปลัด กทม.กล่าวว่า ที่สำคัญสำหรับบางคนที่มีสิทธิเลือกผู้ว่าฯ กทม. เพียงอย่างเดียว และมีชื่อตกหล่นไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก.ให้ตรวจดูว่าตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตใดครบ 1 ปี ให้ไปแจ้งขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ณ สำนักงานเขตพื้นที่ล่าสุดที่ตนมีชื่ออยู่ครบ 1 ปี เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนและสามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก.ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก.อยู่ประมาณ 40,000 กว่าคน อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ สำหรับบางคนที่มีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถไปเพิ่มชื่อตามกำหนดได้ สามารถยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ท้องถิ่น) ได้ หาก กกต.ท้องถิ่น อนุมัติ กทม.ก็จะเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้
นายขจิตกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 08.00-17.00 น. อยากเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิใช้เสียงของตนในการเลือกผู้บริหารที่ตนเห็นว่ามีความสามารถมาบริหารพัฒนากรุงเทพมหานครต่อไป

วันเดียวกันนี้ นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดการอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งและผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้งในการตรวจวัด คัดกรองโรคโควิด-19 การเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. โดยมี นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้ตรวจราชการ กทม.สูง นายธนกร ไชยศรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายดิชา คงศรี ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา ผู้บริหารเขตทวีวัฒนา ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตทวีวัฒนา เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้งฯ ร่วมพิธี ณ อาคาร BANGKOKTHONBURI HALL มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น จำนวน 1,607 คน แบ่งเป็น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 1,107 คน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่เลือกตั้ง จำนวน 246 คน ผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้ง (อสส.) จำนวน 246 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง จำนวน 8 คน

ทั้งนี้ เขตทวีวัฒนามีประชากรทั้งสิ้น จำนวน 78,864 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จำนวน 64,944 คน คิดเป็น ร้อยละ 82.35 ของจำนวนประชากร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 64,167 คน คิดเป็น ร้อยละ 81.36 ของจำนวนประชากร มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 123 หน่วย แบ่งเป็น แขวงทวีวัฒนา 35 หน่วย และแขวงศาลาธรรมสพน์ 88 หน่วย

