รมว.สุชาติ ส่งทีม ทปษ ร่วมขบวนคณะอนุกรรมาธิการฯ แรงงาน ดูแลแรงงานนอกระบบเมืองเพชร

10.05.22 | 12:30 น.
รมว.สุชาติ ส่งทีม ทปษ ร่วมขบวนคณะอนุกรรมาธิการฯ แรงงาน ดูแลแรงงานนอกระบบเมืองเพชร

วันนี้ (10 พฤษภาคม 2565) นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ให้การต้อนรับ
น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามนโยบายแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับฟังข้อมูลพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะกับกลุ่มแรงงานนอกระบบในพื้นที่ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ให้การต้อนรับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามนโยบายแรงงาน เพื่อตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารฮาลาล ต.ท่าแร้งออก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

“ชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีการเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อเป็นอาหารและขายเนื้อวัวให้แก่ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ต่อมาในช่วงปี 2559 ราคาเนื้อวัวมีราคาตกลงอย่างมาก ทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการขายเนื้อวัว และผลกระทบของโรคระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้แรงงานที่อยู่ในระบบภาคธุรกิจบริการบางส่วนตกงาน ผู้นำและสมาชิกในชุมชนจึงร่วมกันหาทางออก โดยการจัดตั้งเป็นกลุ่มคนที่จะดำเนินการแปรรูปเนื้อวัวให้มีราคาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้มีสมาชิกเริ่มต้น 23 คน และเริ่มดำเนินการหาความรู้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้ทำโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน สู่ SME 4.0 โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการเพิ่มผลิตภาพแรงงานผ่านกระบวนการฝึกอบรม เพื่อยกระดับมาตรฐาน ปรับปรุงกระบวนการผลิต และลดการสูญเสีย ในการผลิตสินค้า และหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้ามาส่งเสริมในการแปรรูปเนื้อวัว รวมถึงการสร้างมาตรฐานของโรงเชือดวัวในชุมชน” นางธิวัลรัตน์ กล่าวและว่า ในการดำเนินงานในช่วงแรกคนที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกได้รับเงินปันผลที่ดี ทำให้ดึงดูดคนในชุมชนเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารฮาลาลเนื้อสัตว์เพชรบุรี ซึ่งมีจำนวนสมาชิกในปี 2564 จำนวน 76 คน โรงเชือดวัวและอาหารต่างๆ ที่ทำจากเนื้อวัวได้รับการรับรองมาตรฐาน ฮาลาล และ อย. จึงทำให้แรงงานนอกระบบมีรายได้ มีอาชีพ

Advertisement

ด้าน น.ส.อนุสรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ มีมากกว่า 20 ล้านคน ในสถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้ม ทำให้แรงงานในระบบ แปรเปลี่ยนเป็นแรงงานนอกระบบ การดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามนโยบายแรงงาน ที่มาลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับฟังข้อมูล และสร้างการรับรู้ เรื่อง พ.ร.บ.แรงงานนอกระบบ ที่จะช่วยให้มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการได้เข้ามาเยี่ยมชมในวันนี้รู้สึกชื่นชมที่กลุ่มมีความเข้มแข็ง ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ที่เข้ามาส่งเสริม สนับสนุนในเรื่อง พัฒนาทักษะฝีมือ มาตราฐานสินค้า ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ตลอดจนการขยายตลาด คณะอนุฯ จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเป็นตัวอย่างให้กับกลุ่มแรงงานนอกระบบอื่นๆ ที่กำลังพัฒนา ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มแรงงานนอกระบบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากต่อไป