อนุทิน ชี้ฟ้าทะลายโจร-กัญชา เป็นสมุนไพรทองคำ ดันเข้าบัญชียาหลักฯ สร้างเศรษฐกิจไทย

อนุทิน ชี้ฟ้าทะลายโจร-กัญชา เป็นสมุนไพรทองคำ ดันเข้าบัญชียาหลักฯ สร้างเศรษฐกิจไทย

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้บริหาร สธ. ร่วมเปิดงาน “บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร” ภายใต้แนวคิด “เข้าถึงถ้วนหน้า ต่อยอด ภูมิปัญญา พึ่งพาตนเอง”

นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.มุ่งเน้นให้คนไทยเข้าถึงยาจำเป็นด้านสาธารณสุข ไม่เพียงแต่ยาแผนปัจจุบันเท่านั้น ยังผลักดันให้มีการใช้ยาสมุนไพรตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสาธารณสุข เพื่อความมั่นคงทางยาและสนับสนุนการพึ่งพาตนเอง โดยกำหนดให้มีรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรครอบคลุมยาจำเป็นที่ต้องใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีรายการยาจากสมุนไพรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ จำนวน 94 รายการ รวมไปถึงยาจากกัญชา 8 รายการ ประกอบด้วย ตำรับยาแผนไทย 3 รายการ คือ ยาแก้ลม แก้เส้น ยาศุขไสยาศน์ และยาทำลายพระสุเมรุ และ ยาน้ำมันกัญชา 5 รายการ เช่น ยาน้ำมันกัญชาที่มีซีบีดี ต่อ ทีเอชซี 1.1 (CBD : THC 1:1) ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวด และยาน้ำมันกัญชาที่มีซีบีดี : ทีเอชซี 20:1 ในผู้ป่วยลมชักรักษายาก เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยที่เข้าถึงยาได้

“สมุนไพรจากกัญชา หรือฟ้าทะลายโจร ที่ตอนนี้เหมือนเป็นทอง เราใช้ประโยชน์จากพืชในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนที่มีสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การขับเคลื่อนให้ระบบบริการสุขภาพหันมาใช้ประโยชน์จากยาสมุนไพรนั้น นอกจากช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงยาทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย ประชาชนและชุมชน ในการใช้ยาจากสมุนไพรดูแลสุขภาพ เป็นการพี่งตนเองตามหลักปรัชญาวิถีชีวิตพอเพียงโดยใช้ภูมิปัญญาไทย และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การเพาะปลูก และใช้พืชสมุนไพรชุมชน เเป็นวัตถุดิบในการผลิตยาจากสมุนไพรไทย สร้างการเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ปีนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรจะเร่งดำเนินการพิจารณาคัดเลือกยาจากสมุนไพรที่มีสรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ที่ชัดเจน มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรที่สามารถผลิตหรือปลูกได้ในประเทศเป็นหลัก และมีหลักประกันคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้สามารถเข้าถึงยาจากสมุนไพรได้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อชับเคลื่อนให้เกิดการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสาธารณสุขอย่างสืบเนื่องต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงปริมาณการใช้ยาสมุนไพรในโรงพยาบาล (รพ.) รัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า มีปริมาณการสั่งใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ทุกปี และตั้งแต่ตนเองมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.3 ปี มีการสร้างระบบสาธารณสุขรองรับ อย่างกรณีโรคโควิด-19 มีการผลักดันให้คนไทยที่ติดเชื้อไม่มีอาการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการดูแลรักษาตนเอง ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้มีการสั่งซื้อและกระจายไปยัง รพ.ทั่วประเทศ ส่วนการเตรียมการเข้าสู่ระยะโรคประจำถิ่น (Endemic) หาก รพ.มีการสั่งซื้อยาที่มีความจำเป็นที่ผลิตจากสมุนไพรไทยเองก็จะเป็นการเพิ่มปริมาณการใช้ ทำให้มีการเติบโตมากขึ้น

“3 ปี ที่รับตำแหน่ง เห็นชัดว่าความต้องการใช้ยาสมุนไพรไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ใน รพ.รัฐ มีคลินิกแพทย์แผนไทย มีแพทย์แผนไทยให้การดูแลรักษา ไม่เพียงยาสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิปัญญาไทยอื่นๆด้วย” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามต่อว่า มองโอกาสยาสมุนไพรจะส่งออกเหมือนกันแพทย์แผนจีนหรืออินเดียอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าหากทำได้ดี มีการวิชาการ มีการพิสูจน์สรรพคุณได้ชัดเจน ถ้าทำได้ดีเป็นโอกาสของการเติบโตแน่นอน เพราะขณะที่ธุรกิจอื่นๆ อาจจะโดน Disruption แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาหารและยายังมีโอกาส เพราะคนจะต้องรับประทานอาหารและคนยังป่วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon