อนุทิน เคลียร์ชัด! ทิศทางกัญชาหลัง 9 มิ.ย. ปลูกในบ้านได้เหมือนพริก อย.ให้จดแจ้งผ่านแอพพ์ฯ

13.05.22 | 13:12 น.
อนุทิน เคลียร์ชัด! ทิศทางกัญชาหลัง 9 มิ.ย. ปลูกในบ้านได้เหมือนพริก อย.ให้จดแจ้งผ่านแอพพ์ฯ

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ประชาชนสามารถปลูกต้นกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย หลังจากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้ เพราะกัญชาจะไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะออกมาไม่ทันวันที่ 9 มิถุนายนนี้ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทันแน่นอน

“จึงเป็นเหตุผลที่ สธ.ต้องเดินสายไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เพื่อไปบอกว่าการใช้กัญชาทางการแพทย์ กัญชาเสรีต้องใช้อย่างไร ถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น คนที่ใช้ผิด คือ คนที่ตั้งใจจะใช้ผิด ก็จะต้องมาดูเรื่องกฎหมายสาธารณสุขต้องออกมาเพื่อดูแลต่อไป ย้ำว่า ทำนโยบายนี้มาเพื่อให้คนได้ใช้ประโยชน์ของกัญชา ไม่ใช่ใช้ส่วนที่เป็นโทษ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย” นายอนุทินกล่าว

ต่อข้อถามว่า แล้วจะมีกลไกอะไรมาควบคุมกำกับกรณีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด นายอนุทินกล่าวว่า ต้องให้ความเข้าใจ ย้ำว่า นโยบายกัญชาคือ กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ถ้าบริโภคในอัตราที่เหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าขาดความเข้าใจแล้วไปใช้ทางที่ผิด แล้วหวังว่าจะออกฤทธิ์ทำให้สุขภาพดีขึ้น ไม่มีทาง มีแต่โทษ ต้องเข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนเข้าใจ เพียงแต่จะทำหรือไม่ทำ

เมื่อถามย้ำว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ จะออกมาไม่ทันวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ประชาชนก็สามารถปลูกกัญชาได้ถูกกฎหมายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ไม่ต่างอะไรจากต้นพริกขี้หนู

Advertisement

“ถ้าไปเอามากินครั้งเดียวหลายๆ เม็ด ก็อันตรายได้ แต่ถ้าใช้เพื่อประโยชน์ เพิ่มเติมรสชาติของอาหาร หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะเป็นประโยชน์ กัญชาก็ฉันใดฉันนั้น ซึ่งนโยบายของ สธ. คือ กัญชาเสรีทางการแพทย์เสมอ เพราะฉะนั้น อธิบายด้วยตัวมันเอง ส่วนการใช้ที่ไม่ถูกต้องจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ และอาจจะผิดกฎหมายด้านสาธารณสุขด้วย” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงข้อเสนอนักวิชาการกรณีควรมีการเพิ่มกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกัญชาในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอด้วย นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะพิจารณา ซึ่งตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี อยู่ในการบรรจุในวาระการประชุมรัฐสภา ซึ่งสภาเปิดวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ก็ต้องมีการบรรจุเข้าไปตามขั้นตอน ตอนนี้ผ่านมือ สธ. ผ่านมือรัฐบาลไปแล้ว อยู่ที่การพิจารณาของสภา

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำหรับกัญชา กัญชง นั้น มองว่าเป็นพืชสมุนไพร ที่ใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ การแพทย์ และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จึงจะนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การปลูก กลางน้ำ คือ การสกัดออกมาเป็นสารทีเอชซี (THC) และสารซีบีดี (CBD) และปลายน้ำ คือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม มีการอนุมัติผลิตภัณฑ์ไปแล้วเกือบ 1,000 รายการ ทั้งยาสมุนไพร อาหาร เครื่องดื่ม และจะมีการอนุมัติเพิ่มเติมขึ้น อย่างไรก็ตาม หลักการใช้กัญชา ตาม พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ เพื่อการส่งเสริมใช้ในการแพทย์ แต่ยังมีข้อกำหนดไม่ให้ใช้กับหญิงตั้งครรภ์ หรือเด็ก รวมถึงการควบคุมโฆษณา ซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายตามผลิตภัณฑ์นั้นๆ

“ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ เมื่อถามว่าหลังวันที่  9 มิถุนายน 2565 แล้วจะเป็นอย่างไร จุดยืนของพืชสมุนไพร คือ เราจะมีการนำไปใช้ที่เหมาะสม โดยเราจะมีแอพพลิเคชั่นเพื่อการจดแจ้งปลูกในประชาชนทั่วไป และการขออนุญาตในเชิงพาณิชย์ต่างๆ ผ่านแอพพ์ฯ ปลูกกัญ ซึ่งขณะนี้พัฒนาเสร็จแล้ว แต่จะมีการเริ่มให้บริการในวันที่ 9 มิถุนายนนี้” นพ.ไพศาลกล่าว

เมื่อถามว่าหาก พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ พิจารณาออกมาไม่ทันวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จะส่งผลต่อการนำไปใช้ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ นพ.ไพศาลกล่าวว่า ปัจจุบันไม่ได้น่ากังวลขนาดนั้น เพราะประชาชนรับทราบ และมีทัศนคติ (mindset) ในเรื่องการเป็นยาเสพติดกับสิ่งที่เราจะไปใช้ประโยชน์ได้ดี นึกถึงเรื่องใช้เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือสินค้าที่ทำจากกัญชา กัญชง อื่นๆ เช่น เสื้อผ้า โดยประชาชนมีความตื่นตัว

“แต่เรียนอีกประเด็นคือ สารสกัดที่มีปริมาณสารทีเอชซีมากกว่าร้อยละ 0.2 ยังเป็นยาเสพติดอยู่ ส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศ เรื่องนี้มีการระบุในประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษอย่างชัดเจน ว่าต้องเป็นการปลูกในประเทศ แม้แต่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เราก็มีข้อมูลชัดเจนว่าต้องมาจากในประเทศ” นพ.ไพศาลกล่าว

เมื่อถามต่อไปว่า สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุญาตจาก อย. มีปริมาณสารทีเอชซีสูงกว่า ร้อยละ 0.2 หรือไม่ นพ.ไพศาลกล่าวว่า ก่อนได้รับอนุญาต จะมีการตรวจวิเคราะห์โดยมีข้อกำหนดว่าต้องมีปริมาณเท่าไรต่อผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่หากถามว่า ถ้าเกินร้อยละ 0.2 จะนำไปใช้จะต้องขออนุญาต เช่น ยาสูตรเข้ากัญชา ต่างๆ อย่างสูตรเมตตาโอสถ ของกรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็จะมีปริมาณสารทีเอชซีสูงมาก แต่เป็นการนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคอง

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ตั้งกองทุน เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้กัญชา อย่างเช่น กองทุนเหล้า บุหรี่ นพ.ไพศาลกล่าวว่า ก็สามารถเสนอมาได้ ซึ่ง อย.ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ แต่ก็รับฟังทุกข้อเสนอ ทั้งนี้ พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ไม่ใช่ของเดิมที่นำมาทำใหม่ อย่างไรก็ตาม หากจะต้องตั้งเป็นกองทุน ก็ต้องไปดูว่าอยู่ในกฎหมายใด หรืออาจจะนำไปเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.ที่กำลังพิจารณาอยู่ในสภา

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการควบคุมโฆษณาอย่างไร เพราะตอนนี้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์กัญชาผ่านสื่อต่างๆ อย่างมาก นพ.ไพศาลกล่าวว่า มีการควบคุมการโฆษณาตาม พ.ร.บ.ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่าง ยา อาหาร และสมุนไพร จะต้องขออนุญาตจาก อย.ก่อน แต่เครื่องสำอางไม่ต้องขออนุญาตก่อนโฆษณา แต่จะต้องไม่โฆษณาโอ้อวดเกินจริง