ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 7 กลุ่มเสี่ยง ฟรี! ทั่วกรุง ตั้งแต่วันนี้-31 ส.ค.65

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 7 กลุ่มเสี่ยง ฟรี! ทั่วกรุง ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค.65

วันนี้ (24 พฤษภาคม 2565) ที่ศาลาว่าการ กทม. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กำลังกลับมาระบาดใหม่ควบคู่กับโรคโควิด-19 กทม.มีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทุกกลุ่มอายุ (โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งได้รับยาเคมีบำบัด และเบาหวาน) 4.ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน คือ ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมหรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จึงเปิดให้บริการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง โรงพยาบาล (รพ.) ในสังกัด กทม. ทั้งนี้ การดำเนินการต่างๆ ทำพร้อมกับ รพ.ของรัฐทั่วประเทศ

“โดยจองวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยการลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ 1.ลงทะเบียนผ่าน แอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” 2.จองสิทธิ์ด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.ทั้ง 69 แห่ง กรณีไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านแอพพ์ และสามารถเข้ารับบริการรูปแบบวอล์ก อิน (Walk in) ได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือสูติบัตร (กรณีเด็ก) มาด้วยในวันรับบริการวัคซีน ตั้งแต่บัดนี้-วันที่ 31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด” นายขจิตกล่าว

ทั้งนี้ ปลัด กทม.กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว ครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ (an A/Victoria/2570/2019 (H1N1) pdm09-like virus, an A/Darwin/9/2021 (H3N2)-like virus; และ a B/Austria/1359417/2021 (B/ictoria lineage)-like virus.) ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เนื่องจากพบว่า ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งควรฉีดเป็นประจำทุก 1 ปี โดยไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ควรเข้ารับบริการฉีดทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นทางออกที่มีความคุ้มค่า

“วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้มีการยอมรับถึงประสิทธิภาพของวัคซีนจากทั่วโลกและมาตรฐานที่ใช้มาอย่างยาวนาน และยังมีผลการศึกษาวิจัยระบุถึงคุณประโยชน์และประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พบว่าสามารถลดจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ลดความถี่ในการมาพบแพทย์ ลดการแพร่เชื้อโรค รวมถึงลดการรักษาตัวในห้องฉุกเฉิน และผลโดยรวมยังพบว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีประโยชน์มากต่อคนทุกช่วงอายุรวมทั้งผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวด้วย” นายขจิต กล่าว

นอกจากนี้ นายขจิตกล่าวว่า กทม.ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่และการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยแนะนำการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งไม่ต่างจากการป้องกันเชื้อไวรัสอื่น และโรคโควิด-19 คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสจมูก ปาก ตา หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด หยุดเรียนหยุดงานเมื่อป่วย รวมทั้งการเน้นย้ำช่องทางการเข้ารับบริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในสถานพยาบาลสังกัด กทม. ซึ่งประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่เพจของสำนักการแพทย์ กทม. หรือเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มไลน์โอเพนแชต ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสุขภาพ MIL Center เพื่อเป็นการติดต่อสื่อสารและรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพของสำนักการแพทย์ กทม. อีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon