กทม.ผนึกภาคีเครือข่าย นำร่องสร้างกรุงเทพฯ มหานครต้นแบบไร้ควันบุหรี่
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “กรุงเทพฯ: มหานครต้นแบบไร้ควันบุหรี่” โดยมี นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส กรรมการบริหารสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองปลัด กทม. พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง โรงเรียนในสังกัด กทม. ศูนย์บริการสาธารณสุข ผู้แทนชุมชน และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ร่วมพิธี

โครงการ “กรุงเทพฯ: มหานครต้นแบบไร้ควันบุหรี่” เป็นโครงการร่วมกันระหว่าง กทม.เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ซึ่งตระหนักถึงพิษภัยและอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหมุนเวียนไปยัง 6 กลุ่มเขต จากนั้นจะรวบรวมผลนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของ กทม.พัฒนาเป็นแผนของ กทม. ให้เป็นต้นแบบของมหานครไร้ควันบุหรี่ในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

สำหรับครั้งนี้จัดอบรมในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 180 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเขต ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายพัฒนาชุมชน ฝ่ายการศึกษา โรงเรียนในสังกัด กทม. ศูนย์บริการสาธารณสุข ผู้แทนชุมชน และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจต่อพิษภัยของยาสูบการช่วยเลิกยาสูบ การรักษาผู้ติดยาสูบ การเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และการร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการลด ละ เลิกยาสูบหรือบุหรี่ของเขตแต่ละเขต

นายขจิตกล่าวว่า การดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของการบริหารราชการของ กทม. เพราะสุขภาพของประชาชนเป็นพื้นฐานในการพัฒนา และความยั่งยืนของสังคมที่มีประสิทธิภาพ การอบรมทำความเข้าใจในเรื่องพิษภัยของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จะทำให้เกิดความตระหนักและสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ในที่สุด ทั้งนี้ บุหรี่เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งซึ่งก่อให้เกิดมลพิษ ที่ทำให้ปอดสูญเสียสมรรถภาพ ก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง และมะเร็ง โดยบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จะนำเอาสารพิษและสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายโดยตรงและมีความเข้มข้นสูง กทม.จึงมีนโยบายในการให้ความรู้กับบุคลากรและประชาชน เพื่อให้เกิดความรู้ด้านพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำวันได้อีกด้วย
“นอกจากนี้ บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ายังมีผลให้เกิดโรคกับบุคคลใกล้ชิดที่ได้รับควันบุหรี่ที่พ่นเหลือออกมาจากคนสูบ ซึ่งเรียกว่าบุหรี่มือสอง และควันบุหรี่ที่เกาะติดอยู่ตามวัสดุและพื้นที่ต่างๆ ของที่อยู่อาศัย ผู้ที่ได้รับกลิ่นควันบุหรี่จะเรียกว่าเป็นบุหรี่มือสาม ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กที่พ่อแม่ซึ่งเป็นคนสูบบุหรี่อุ้มหรือใกล้ชิด การทำความเข้าใจในเรื่องพิษภัยของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จะทำให้เกิดความตระหนักและสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ในที่สุด รวมทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการจะทำให้เกิดการรวมพลังเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้างกรุงเทพฯให้เป็นมหานครต้นแบบไร้ควันบุหรี่ ประชาชนมีสุขภาพดี ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” นายขจิตกล่าว

