สบส.จัดทีมกวาดล้างเอเยนซี่นำเข้าหมอนอกให้คำปรึกษาความงาม-ศัลยกรรม ส่อบริการเถื่อน!!

สบส.จัดทีมกวาดล้างเอเยนซี่นำเข้าหมอนอกให้คำปรึกษาความงาม-ศัลยกรรม ส่อบริการเถื่อน!!

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา สบส.ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการศัลยกรรม หรือเสริมความงามอยู่เป็นระยะ ซึ่ง สบส.ก็มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีการจัดทีมพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้รับบริการและสถานพยาบาลเสมอมา โดยหนึ่งในประเด็นเรื่องร้องเรียนที่ สบส.ตรวจสอบ พบว่ามีความน่าสนใจและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การเชิญชวนประชาชนให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ต่างชาติ หรือเดินทางไปรับบริการศัลยกรรมเสริมความงามกับสถานพยาบาลต่างประเทศ โดยมีแพทย์หรือสถานพยาบาลในไทยเกี่ยวข้องในลักษณะมีเอเยนซี่ (Agency) ให้การสนับสนุนทั้งการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษา จัดโปรโมชั่นลดราคา เพื่อดึงดูดให้ประชาชนตัดสินใจเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลต่างประเทศ หรือสถานพยาบาลของตน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานสถานพยาบาลไทยแล้ว ยังสร้างผลกระทบให้กับผู้รับบริการบางราย อีกทั้งยัง เป็นการกระทำผิดกฎหมายสถานพยาบาล

“ดังนั้น เพื่อป้องปราม และกวาดล้างการกระทำผิดในลักษณะข้างต้น สบส.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ แพทยสภา และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ ร่วมเฝ้าระวัง ตรวจสอบกิจกรรม หรือสื่อโฆษณาที่มีการเผยแพร่ในทุกพื้นที่ช่องทาง ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนและส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เกิดความครอบคลุมในการตรวจสอบและดูแลคุ้มครองผู้บริโภค” นพ.ธเรศ กล่าว

ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือให้คำปรึกษาระหว่างแพทย์ต่างชาติและแพทย์ไทยนั้นมีมาอย่างยาวนานแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย และเป็นการกระทำต่อแพทย์ด้วยกันไม่มีผู้ป่วยมาเกี่ยวข้องจึงไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย แต่หากเป็นการเปิดคอร์สให้คำปรึกษา วินิจฉัยโรคแก่ผู้ป่วย หรือประชาชนโดยแพทย์ต่างชาติ แม้แพทย์รายดังกล่าวจะมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมในต่างประเทศ แต่หากไม่มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการแพทยสภาอนุมัติให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในไทย ก็จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพเวชกรรรม พ.ศ.2525 ฐานเป็นหมอเถื่อน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“และหากการให้คำปรึกษาจัดขึ้นในสถานที่ที่มิใช่สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานเปิดคลินิกเถื่อน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแพทย์หรือสถานพยาบาล ที่มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์จากการจัดกิจกรรมก็จะถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย แต่หากการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ต่างชาตินั้นจัดขึ้นในสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะมีความผิดในฐานปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะมีการขยายผลตรวจสอบไปยังสื่อโฆษณาของสถานพยาบาลว่ามีการขออนุมัติโฆษณา หรือมีเนื้อหาที่เป็นเท็จโอ้อวดเกินความจริงหรือไม่” นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวและว่า หากตรวจพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดก็จะมีการเอาผิดต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำผิดของแพทย์หรือสถานพยาบาลเอกชน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สบส.1426

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image