อนุทินเผยเคยต้านใช้กัญชา แต่เห็นประโยชน์เชิงรักษา ชี้ สธ.ทำก่อนเป็นรัฐมนตรี

อนุทินเผยเคยต้านใช้กัญชา แต่เห็นประโยชน์เชิงรักษา ชี้ สธ.ทำก่อนเป็นรัฐมนตรี

วันนี้ (15 มิถุนายน 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธีมอบตำรับกัญชาของหมอพื้นบ้าน ให้เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติ พร้อมปาฐกถาพิเศษ ปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างเศรษฐกิจ สร้างสุขภาพ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ว่า วันนี้เราเดินหน้านโยบายเดินหน้ากัญชาเสรี แก้เจ็บแก้จน ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา วันนี้ก็เป็นวันที่ 6 แล้วที่พืชกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติดอย่างสมบูรณ์ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข

“วันนี้เราปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างเศรษฐกิจ สร้างสุขภาพ ผมตั้งใจทำกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลทุกมิติในสังคม” นายอนุทิน กล่าวและว่า ตอนรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2561 หลายคนรวมถึงตนยังเห็นกัญชาเป็นสิ่งเลวร้าย เป็นสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยง เมื่อตอนพรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบายนี้ ตนเป็นคนแรกที่ยกมือบอกว่ามีเรื่องอื่นให้ทำเยอะแยะ จะหาเรื่องแท้ๆ แต่ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคฯ ไม่ยอมแพ้ นำแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย นำผู้ป่วย นำข้อมูลมาอธิบายชี้แจงถึงประโยชน์กัญชา ทั้งการรักษาโรคนอนไม่หลับ โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทอักเสบ เป็นต้น จนเริ่มเห็นประโยชน์กัญชาในส่วนนี้ เพราะยังไม่เห็นว่าผู้ที่ได้รับยากัญชาอย่างถูกวิธีจะมีผลเสียเกิดขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า โดยนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เริ่มมีการพูดถึงกันตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่มีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษฯ ฉบับที่ 7 ใช้กัญชาทางการแพทย์ รวมถึงอบรมบุคลากรสาธารณสุขใช้ส่วนประกอบของพืชกัญชาและสารสกัดรักษาผู้ป่วยในแผนปัจจุบันและแผนไทย ฉะนั้น สธ.นำร่องไว้ให้ตนได้เข้ามาสานต่อ ระยะหลังที่พรรคภูมิใจไทย มีสัญญาณที่จะเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตนจึงขอมาดูแล สธ. ในนโยบายกัญชาที่เป็นนโยบายเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทยที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน แม้ตอนที่ตนยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ สธ. ก็ยังได้รับเชิญจากโรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ไปดูการใช้กัญชาอย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทุกอย่าง มีแพทย์เภสัชกรต่างๆ มาให้ข้อมูลทำให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น ทัศนคติที่ตนเคยคิดเหมือนกับทุกคนว่ากัญชา เป็นอันตรายก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มหาทางเปิดประตูเพื่อใช้ในทางการแพทย์ให้เป็นทางเลือกเศรษฐกิจของประชาชน

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า การปลดล็อกกัญชาของไทยถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) จึงไม่ขัดกับสนธิสัญญาเดี่ยวระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า หากใช้ในการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์ ทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วย สามารถทำได้ โดยเรายังคงเหลือไว้แค่สารสกัดที่มีทีเอชซี (THC) เกินร้อยละ 0.2 ของน้ำหนักที่เป็นยาเสพติด

“วันนี้ พูดให้ชัดเจนตามกฎหมายคือกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป แต่เราต้องใช้จุดแข็งให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ไปดูแต่จุดอ่อน โฟกัสจุดด้อยส่วนที่เป็นโทษ ทั้งๆ ที่มีประโยชน์มหาศาลอยู่ แต่จะมีข้อเสียเดียว คือ การเสพอย่างเกินคุณภาพปริมาณ ใส่อาหารในปริมาณที่มากกว่าที่กำหนด นั่นก็ไม่ต่างจากการใช้ยา หรือเหล้าบุหรี่ สธ.จึงใช้ทุกหน่วยงานที่มีอยู่อธิบายกับประชาชนถึงการใช้กัญชาอย่างเข้าใจ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร และเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ดังนั้น เราจึงต้องทำให้สำเร็จ วันนี้ใช้เวลากว่า 3 ปีแล้ว ถือว่าช้าไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยเพราะเราต้องฟังหลายด้าน ทั้งจากการแพทย์ คณะกรรมการต่างๆ และจากสังคม ต้องใช้พลังอย่างมหาศาลเพื่อให้เห็นว่ามีประโยชน์ วันนี้จะเห็นได้ว่าทุกคนมีความสนใจ โดยเฉพาะภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อุตสาหกรรม เกษตรกร แม้ตอนที่กำหนดอนุญาตเฉพาะวิสาหกิจชุมชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐรับซื้อช่อดอกทำมาเป็นผลิตภัณฑ์ยา ก็มีวิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นมากมาย อย่างที่ตนไปเยี่ยมวิสาหกิจชุมชน จ.น่าน ก็สร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์กัญชาได้ถึง 40 ล้านบาท

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ที่มีการพิจารณา พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ในสภาฯ ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อแปรญัตติและให้ทางสภาฯ พิจารณารับหลักการออกเป็นกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ มีมติเลือก นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกรรมาธิการฯ ก็ต้องร่วมกันรับข้อเสนอแนะจากประชาชนเพื่อแปรญัตติก่อนออกเป็นกฎหมาย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon