ศูนย์จีโนมฯ เผยไทยพบโอมิครอน BA.4, BA.5 แล้ว 49 ราย ไม่ฟันธงปะทุ แนะป้องกันตัวเอง
วันนี้ (21 มิถุนายน 2565) ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามสายพันธุ์โควิด-19 ว่า จากฐานข้อมูลโควิด-19 โลก หรือ GISAID มีรายงานในประเทศแถบยุโรปและแอฟริกาใต้ พบเชื่อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5 และ BA.4 เพิ่มมากขึ้น โดย BA.5 พบการกลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิมอู่ฮั่นมากที่สุดประมาณ เกือบ 90 ตำแหน่ง ส่วนสายพันธุ์ BA.4 ประมาณ 80 ตำแหน่ง การกลายพันธุ์มากขึ้นก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและอาจจะแพร่ระบาดไปทั่วโลกได้ในอนาคต แต่อาการจะรุนแรงมากหรือไม่ ยังต้องติดตามข้อมูลผู้ติดเชื้อที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล (รพ.) มีอาการรุนแรงแค่ไหน แต่ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในโปรตุเกสที่เข้ารักษาใน รพ.เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญมากกว่าร้อยละ 80 รองลงมาคือ แอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 50 ตามมาด้วยอังกฤษ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สเปน อิตาลี เดนมาร์ก ส่วนใหญ่เป็นประเทศแถบยุโรปเกือบทั้งหมด ที่เริ่มเห็นสัญญาณผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้า รพ.เพิ่มขึ้น

“ที่น่ากังวลคือ ผลการทดลองในสัตว์ทดลองเบื้องต้น บ่งชี้ว่า BA.4 และ BA.5 เพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์ปอด อันอาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อปอดอักเสบขึ้นได้ในมนุษย์ ซึ่งต่างไปจากโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม BA.1 และ BA.2 ซึ่งเพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์ของเยื่อบุระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ลงมาแพร่ติดต่อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างที่ปอด อย่างไรก็ตาม เป็นการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังต้องติดตามข้อมูล แต่ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ได้ว่า เริ่มกลับมาระบาดแล้วในยุโรปและแอฟริกาใต้ แต่จะรุนแรงหรือไม่ ยังต้องรอประเมินหน้างานจากผู้ป่วยที่เข้า รพ. ขณะนี้บางประเทศในยุโรปมีการยกระดับการเตือนภัยแล้ว โดยเฉพาะที่โปรตุเกสหน่วยควบคุมโรคของยุโรปได้ยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องระมัดระวัง แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ยกระดับให้ BA.4 และ BA.5 เป็นสายพันธุ์น่ากังวลใจ” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว
ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย จากฐานข้อมูล GISAID ที่สถาบันการแพทย์ต่างๆ ร่วมถอดรหัสพันธุกรรมและบันทึกข้อมูลเข้าไป พบมีผู้ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5 จำนวน 26 คน BA.4 จำนวน 23 คน และ BA.2.12.1 จำนวน 18 คน โดยพบตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 จนถึงปัจจุบัน
“จำนวนดังกล่าว เป็นการสุ่มตรวจ แต่โดยข้อเท็จจริงมีจำนวนมากกว่าแน่นอน แต่จะมีอาการรุนแรงมากน้อยหรือไม่อย่างไร จากรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้ามารักษาตัวใน รพ. ยังไม่เพิ่มจำนวนมาก คงต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิดกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ในรายที่พบ คาดว่าน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากที่ศูนย์จีโนมฯ ที่ถอดรหัสในพื้นที่กรงเทพมหานครและปริมณฑล ยังไม่พบสายพันธุ์ BA.5 และ BA.4 ข้อมูลในรายที่พบและรายงานใน GISAID น่าจะเป็นการสุ่มตรวจโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว
ทั้งนี้ ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า ฐานข้อมูล GISAID มีรายงานสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยช่วง 60 วันที่ผ่านมา มีดังนี้ BA.2 ร้อยละ 44 BA.2.9 ร้อยละ 26 BA.2.10 ร้อยละ 7 BA.2.3 ร้อยละ 5 BA.2.10.1 ร้อยละ 4 BA.2.27 ร้อยละ 3 BA.5 BA.4 และ BA.2.12.1 ร้อยละ 1 หากเป็นข้อมูลสายพันธุ์ทั่วโลกที่พบโดยเฉลี่ยมีดังนี้ BA.2.12.1 ร้อยละ 27 BA.5 ร้อยละ 17 BA.4 ร้อยละ 8 และ BA.2.3 ร้อยละ 6
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงจะเกิดคลื่นระบาดระลอกใหม่หรือไม่ ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า ตอบลำบาก เพียงบอกได้จากข้อมูลที่องค์การอนามัยโลก เคยบอกไว้ว่า โอมิครอนไม่ใช่สายพันธุ์สุดท้ายที่จะระบาด เป็นข้อเท็จจริงที่จะมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น จึงยังต้องระมัดระวัง
“ทำนายไม่ได้แน่ชัดว่า ตัวใหม่จะมีอาการรุนแรงหรือลดน้อยถอยลง เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่สามารถฟันธงได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดการรับรู้ เรียนรู้ มีความตระหนัก แต่ไม่ตระหนก สำหรับประเทศไทยที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ไม่ได้มีข้อห้ามมากมายเช่นที่ผ่านมา ประชาชนก็ต้องพิจารณาตนเองว่าจะต้องป้องกันตนเอง ต้องดูแลตนเองอย่างไร โดยเฉพาะการเข้าไปอยู่ในที่มีคนแออัด ชุมชน มีความใกล้ชิดกัน ก็ยังควรจะสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงมาตรการวัคซีนก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะรับตามเกณฑ์กำหนด” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว

